Page 47 - รายงานฉบับสมบูรณ์ เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย
P. 47
ส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกก็คงจะเกิดขึ้นได้อีก ในช่วงหลังเหตุการณ์พฤษภา
ทมิฬ การเติบโตของการเมืองภาคประชาชนทั่วประเทศได้สร้างบรรยากาศของการเรียกร้องสิทธิ
เสรีภาพ และการกำหนดอนาคตของตนเองในระบอบประชาธิปไตยที่สะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวเพื่อมี
ส่วนร่วมกำหนดกติกาหลักในการปกครองประเทศที่ส่งผลให้เกิดองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะทำหน้าที่
ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวให้ถึงที่สุด ถือเป็นช่วงที่ประชาชนเกิดความ
ตระหนักในสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่สุด เพราะเชื่อว่าสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน
คือหลักประกันความเป็นประชาธิปไตย และบรรยากาศดังกล่าวส่งผลต่อการพัฒนาสิทธิมนุษยชนใน
เวลาต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
วัฒนธรรม
เสน่ห์ จามริก (2527, 2564) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ความลักลั่น” ในชุดคุณค่าและ
วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนสากลซึ่งวางอยู่บนฐานคิด “ในโลกตะวันตก” กับชุดคุณค่าและวัฒนธรรม
สังคมไทยที่จัดอยู่ “นอกตะวันตก” ไว้อย่างน่าสนใจ กระนั้นก็ชี้ให้ก้าวข้ามความเป็น “ตะวันตก หรือ
นอกตะวันตก” เพื่อมาอยู่ที่จุดร่วมสำคัญในความเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเสมอกันว่า “มนุษย์ทั้งปวง
เกิดมาเสรีและเสมอเท่าเทียมกันในเกียรติศักดิ์และสิทธิ ต่างได้การประทานมาซึ่งเหตุผล มโนธรรม
และพึงปฏิบัติต่อกันด้วยเจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ” อย่างไรก็ดี ความลักลั่นนี้ถูกท้าทายจาก
รากเหง้าวัฒนธรรมสังคมที่มองเห็นคนไม่เท่ากันที่ผลิตซ้ำผ่านสถาบันทางสังคมต่าง ๆ และเป็น
อุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมไปสู่การเคารพยอมรับในศักดิ์ศรีเสมอภาคกันทุกชั้นชน จาก
โครงสร้างทางสังคมที่มองความเป็นมนุษย์ไม่เท่ากัน มองตัวเองเป็นศูนย์กลางโดยเฉพาะสังคม
อำนาจรัฐ พยายามทำให้สังคมไทยเป็นสังคมเดี่ยว ทำให้เกิดอัตลักษณ์ของคนในประเทศชาติ หาก
ใครมีความแตกต่างจากวัฒนธรรมไทย หรือปรับตัวไม่เท่ากับวัฒนธรรมอำนาจศูนย์กลางก็จะเป็นคน
อื่น กลายเป็นคนอื่นที่ด้อยกว่า (อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์, 2557; สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์, 2564)
เงื่อนไขทางวัฒนธรรมนี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนพึงตระหนักรู้เท่าทัน และ
มองให้เห็นความขัดแย้งไม่ลงรอยกันระหว่างวัฒนธรรมสองชุด ความท้าทายนี้เรียกร้องจินตนาการ
และการออกแบบกระบวนการที่จะสามารถสร้างการยอมรับในชุดวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนเสียก่อน
จึงจะสามารถสร้างการเคารพยอมรับวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยได้ในวงที่กว้างขึ้น
1.3 พัฒนาการสิทธิมนุษยชนสากลในสังคมไทย
พัฒนาการทางแนวความคิด
นพนิธิ สุริยะ (2559) ชี้ให้เห็นพัฒนาการทางความคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนสากลในสังคมไทย
โดยเริ่มจากการให้ความเห็นของบรรดานักวิชาการที่เห็นพ้องกันว่า “สิทธิมนุษยชน” หมายถึง สิ่งที่
ติดตัวมาแต่กำเนิด โอนให้แก่กันไม่ได้ และรัฐให้การรับรอง และการรับรองอย่างเป็นทางการที่สุดคือ
การรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ดังที่ทราบกันดีแล้ว
พัฒนาการทางความคิดที่น่าจะเป็นรูปธรรม ครบถ้วนและสอดคล้องกับหลักการสากลมาก
ที่สุดน่าจะเป็นข้อเสนอของ ป๋วย อึ้งภากรณ์ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ที่ ป๋วย อึ้งภากรณ์
เขียนขึ้นในปี 2516 (ดูรายละเอียดในภาคผนวก) แต่น่าเสียดายว่า ชุดความคิดและคำอธิบายของป๋วย
ไม่ได้รับการนำไปเผยแพร่ในช่วงเวลานั้นอันเป็นผลมาจากบริบททางการเมืองในสังคมไทยที่ไม่เป็น
ประชาธิปไตยมากพอที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน
สากลดังกล่าว
-39-

