Page 231 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 231
ระหว่างเพศตามประกาศเจตนารมณ์เรื่อง “การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ระหว่างเพศ” มากยิ่งขึ้น การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
4. หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำาคัญกับการสร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับ
ความเท่าเทียมระหว่างเพศโดยขจัดอคติเกี่ยวกับบทบาทหญิง-ชายในสังคมและอคติต่อบุคคลหลากหลายทางเพศ ของกลุ่มบุคคล
เพื่อลดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
5.5 ผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ บทที่ 5
ภาพรวม
ผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ คือ บุคคลที่อาศัยอยู่
ในประเทศไทยหรือเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแต่ไม่มี
เอกสารแสดงตนว่าเป็นพลเมืองของประเทศใด ทำาให้
มีปัญหาในการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและ
การเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ประเด็น
ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
ด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ เช่น กติกา ICCPR
รับรองว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น
บุคคลตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมายเท่าเทียมกันนอกจากนี้ อนุสัญญา CRC
ได้รับรองสิทธิของเด็กทุกคนที่จะได้รับการจดทะเบียนเกิด
ซึ่งเป็นเอกสารสำาคัญในการพิสูจน์สถานะของบุคคล แม้ว่า ทั้งกติกา ICESCR และอนุสัญญา CERD จะระบุว่า รัฐภาคี
อาจมีการปฏิบัติที่แตกต่างระหว่างพลเมืองและบุคคลที่มิใช่พลเมืองของรัฐได้ในบางกรณี แต่คณะกรรมการประจำา
สนธิสัญญาทั้งสองฉบับมีความเห็นว่ารัฐภาคียังมีหน้าที่ต้องดำาเนินการให้แก่บุคคลที่มิใช่พลเมืองได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตาม
พันธกรณี ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศอื่น รวมถึงการเข้าถึงบริการด้านสังคมที่จำาเป็นต่อมาตรฐานขั้นตำ่าในการดำารงชีวิต
รวมถึงบริการด้านการศึกษาและสาธารณสุข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 รับรองว่า
บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายมีสิทธิและเสรีภาพ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ซึ่งการเลือกปฏิบัติ
โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ด้วยเหตุต่าง ๆ รวมถึงความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อชาติ ภาษา และอื่น ๆ จะกระทำามิได้
นอกจากนี้ ตามมาตรา 70 รัฐได้ให้ความคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีสิทธิดำารงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี
และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐหรือสุขภาพอนามัย คณะกรรมการประจำาสนธิสัญญา
หลายฉบับได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยในการพิจารณารายงานการปฏิบัติตามสนธิสัญญาฉบับนั้น ๆ
เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาผู้มีสถานะและสิทธิ รวมถึงการขจัดความไร้รัฐ เช่น คณะกรรมการประจำากติกา ICCPR ได้มี
ข้อเสนอแนะเมื่อเดือนเมษายน 2560 ว่า รัฐภาคีควรดำาเนินการเพื่อลดจำานวนบุคคลไร้รัฐโดยประกันว่าผู้อาศัยในพื้นที่
ชนบทหรือห่างไกลจะได้รับทราบและเข้าถึงกระบวนการเกี่ยวกับการได้รับสัญชาติ และมีการจัดการศึกษาระดับประถม
ศึกษาแก่เด็กของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CERD ได้มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยเมื่อเดือน
พฤศจิกายน 2555 ว่า รัฐภาคีควรใช้มาตรการเพื่อขจัดอุปสรรคต่อการได้มาซึ่งความเป็นพลเมืองของผู้ที่มีคุณสมบัติ
และดำาเนินการเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถมีและใช้สิทธิด้านเศรษฐกิจและสังคมได้ ส่วนคณะกรรมการประจำากติกา
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 229

