Page 234 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 234

562
            จำานวน 13,300 ราย  และกำาหนดให้มีอำาเภอนำาร่อง 79 อำาเภอ มีการขับเคลื่อนงานด้านสัญชาติและสถานะบุคคล
            โดยแต่งตั้งคณะทำางานตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายสำาคัญของกรมการปกครองด้านสัญชาติและสถานะบุคคล 563

            มีการสนับสนุนงบประมาณในการดำาเนินงานให้แก่อำาเภอเป้าหมายที่มีกลุ่มบุคคลไร้สัญชาติ เป็นจำานวน 3,268,000 บาท
            รวมทั้งจัดฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยนายทะเบียนด้านงานทะเบียนราษฎรและสัญชาติ เพื่อเตรียม
            ความพร้อมและซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จำานวน 6 รุ่น รุ่นละ 150 คน นอกจากนี้
            ยังจัดทำาบัญชีรายชื่อกลุ่มเป้าหมายจัดส่งให้แต่ละสำานักทะเบียนพิมพ์บัญชีรายชื่อและเร่งรัดการดำาเนินการด้าน

            สัญชาติและกำาหนดสถานะบุคคลตามคุณสมบัติของกฎหมาย พร้อมทั้งแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติ กำาหนดหลักการ
            ในการดำาเนินงาน อาทิ การเรียกพยานหลักฐานของผู้ร้องให้คำานึงถึงความสามารถและความเป็นไปได้ที่ผู้ร้อง
            จะแสวงหาพยานหลักฐาน จัดลำาดับความสำาคัญการแก้ไขให้กับกลุ่มเด็กนักเรียน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการก่อน
            เป็นลำาดับต้น ๆ และกำาหนดให้มีการส่งเสริมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เช่น จัดประชุมชี้แจงเพื่อให้

            ความรู้ด้านสัญชาติและการจัดเตรียมพยานหลักฐานประกอบการยื่นคำาร้อง ให้มีการตั้งคณะทำางานระดับอำาเภอ
            เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุก เป็นต้น ทั้งนี้ ผลจากการดำาเนินงานในภาพรวม คือ สามารถอนุมัติให้สัญชาติไทยแก่ชนกลุ่มน้อย
            จำานวน 6,562 ราย อนุมัติให้สัญชาติไทยแก่คนไทยตกหล่น จำานวน 7,341 ราย และอนุมัติให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองฯ
            จำานวน 400 ราย รวมทั้งสิ้น 14,303 ราย เกินกว่าค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 13,000 ราย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

            มีค่าเป้าหมายอยู่ที่จำานวน 14,000 ราย

                            นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงมาตรการด้านระเบียบกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุ
            ที่อายุเกิน 61 ปี ขึ้นไปและมีสถานะเป็นคนไร้สัญชาติ 77,638 คนทั่วประเทศ (ยังไม่รวมผู้ที่ยังตกหล่นจากระบบทะเบียน
                   564
            ราษฎร)  เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุไร้สัญชาติที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการที่ควรได้รับ กระทรวงมหาดไทยได้กำาหนด
            แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ตามระเบียบสำานักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณา

            ลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543 โดยหากผู้ขอลงรายการสัญชาติเป็นผู้สูงอายุ
            (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) ซึ่งจะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย หากไม่สามารถดำาเนินการออก
            หลักฐานการเกิดได้เนื่องจากมีอายุมาก ซึ่งผู้รู้เห็นการเกิดอาจจะเสียชีวิต ไปหมดแล้ว ให้นายทะเบียนใช้การสอบปากคำา
            พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือใช้กระบวนการประชาคมหมู่บ้านหรือการรับรองโดยคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อยืนยันว่าเป็น

            บุคคลที่เกิดในประเทศไทยแทนหลักฐานการเกิดได้ หรือหากผู้ขอลงรายการสัญชาติเป็นบุตรของผู้สูงอายุซึ่งจะต้องมี
            หลักฐานการเกิดของบิดาหรือมารดา หากปรากฏว่าบิดาหรือมารดาที่เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์นั้นได้
            เสียชีวิตไปแล้ว หรืออาจเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดำาเนินการออกหลักฐานการเกิดได้ให้นายทะเบียนดำาเนินการ
            ตามแนวทางข้างต้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ปรับปรุงแนวทาง

            ประกอบการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวในการยื่นคำาขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามมาตรา 10
            แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของชนกลุ่มน้อย
            และกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นผู้สูงอายุไร้สัญชาติที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป อาทิ ประเด็นคุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพ
            ให้พิจารณาจากอาชีพที่ผู้สูงอายุสามารถทำาได้ โดยให้นายอำาเภอหรือผู้อำานวยการเขตท้องที่เป็นผู้ออกหนังสือรับรอง






                    562
                       จาก หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0309.8/ว2976 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายส�าคัญ
            ของกรมการปกครองด้านสัญชาติและสถานะบุคคล.
                    563
                       คำาสั่งกรมการปกครอง ที่ 226/2563 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563.
                    564
                       จาก ‘ผู้เฒ่าลีซอ’ ปลื้มได้บัตร ปชช.ใบแรกในชีวิต ‘ครูแดง’ เผยคนสูงวัยไร้สัญชาติทั่วประเทศมี 7.7 หมื่นคน,
            โดย tobethai, 2563. สืบค้นจาก http://www.tobethai.org/?p=2881.



       232    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239