Page 230 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 230
และสิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศ ทั้งที่ดำาเนินการเองและที่ดำาเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังอยู่ระหว่าง
การหารือรายละเอียดในบางประเด็นเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป 557
การประเมินสถานการณ์
พัฒนาการหรือความก้าวหน้า ในภาพรวมของปี 2563 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำาเนินการ
ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีในหลายด้านเพื่อให้เป็นไปตามกติกา ICCPR อนุสัญญา CEDAW และรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปราบปรามการ
ค้ามนุษย์เพื่อแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีซึ่งมีสถิติคดีลดลง การออกมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ
ล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำางาน ซึ่งเป็นการดำาเนินการที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจำา
อนุสัญญา CEDAW การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 เกี่ยวกับเงื่อนไขการทำาแท้ง
ซึ่งจะช่วยให้สตรีที่มีความจำาเป็นเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน
มีมาตรการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศภายในองค์กรของตนผ่านการประกาศเจตนารมณ์การส่งเสริม
ความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตลอดจนการจัดทำาร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต
พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อส่งเสริม
ความเท่าเทียมของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศในเรื่องการก่อตั้งครอบครัว
ปัญหาหรืออุปสรรค พบว่ามีการดำาเนินการในบางด้านที่ยังไม่เห็นผลหรือความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมชัดเจน
อาทิ การกระทำาความรุนแรงในครอบครัวที่สถิติบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มมากขึ้น โดยผู้หญิงเป็นผู้ถูกกระทำาสูงถึงร้อยละ 84
ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า ภาครัฐมีมาตรการในการป้องกันปัญหาโดยแก้ไขปัจจัยที่เป็นสาเหตุ
ของการใช้ความรุนแรง รวมทั้งยังคงพบการเลือกปฏิบัติทางเพศซึ่งมักเป็นกรณีที่เกิดกับบุคคลหลากหลายทางเพศ
เช่น การที่สถานศึกษาบางแห่งห้ามบุคคลหลากหลายทางเพศแต่งกายตามเพศสภาพ การกีดกันในการใช้บริการในบางกรณี
การปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมอันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดหรือทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง และการกลั่นแกล้งออนไลน์ เป็นต้น
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะในประเด็นเรื่องสิทธิสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ ดังนี้
1. รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรพิจารณามาตรการแก้ไขปัญหา
การใช้ความรุนแรงต่อสตรี โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ที่ต้นเหตุของปัญหาตามข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CEDAW และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมทั้งทำางานร่วมกับสำานักงานตำารวจ
แห่งชาติในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำารวจในการบังคับใช้กฎหมาย
2. ในการป้องกันการแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีและการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงาน
บริการ ไม่ควรใช้วิธีการที่จะทำาให้เกิดการตีตราซึ่งอาจนำาไปสู่การเลือกปฏิบัติ และในการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย
การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ควรเปิดโอกาสให้พนักงานบริการซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้าร่วม
ให้ข้อคิดเห็นด้วย
3. ควรมีการติดตามและประเมินผลการดำาเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือการคุกคาม
ทางเพศในที่ทำางานในหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐและเอกชนมีมาตรการส่งเสริมความเท่าเทียม
557
จาก หนังสือสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 11 กันยายน 2563.
228 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

