Page 227 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 227
กรณีกล่าวอ้างว่าโรงแรมและสถานบริการห้ามหญิงข้ามเพศเข้าใช้บริการ ซึ่ง กสม. ได้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทย การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ให้ร่วมกันในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและพนักงานของสถานบริการ ให้ตระหนักถึงความสำาคัญของ
การให้บริการอย่างเท่าเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตลอดจนขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดมี ของกลุ่มบุคคล
ประกาศข้อปฏิบัติในการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศตามกฎหมายความ
เท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อส่งเสริมให้ส่วนราชการและหน่วยงานเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำากับดูแลปฏิบัติต่อบุคคลทุกคน
547
546
อย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเพศสภาพใด ซึ่งต่อมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
548
และกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานหน่วยงานที่มีอำานาจหน้าที่ให้ดำาเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบ บทที่ 5
การและพนักงานของสถานประกอบการ ทั้งสถานบริการและโรงแรมให้ตระหนักถึงความสำาคัญของการให้บริการ
อย่างเท่าเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง
ได้มีหนังสือแจ้งเวียนข้อเสนอแนะของ กสม. ไปยังจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนให้ทุกจังหวัดมีประกาศข้อปฏิบัติ
ในการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียม
ระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
ส่วนเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ต้องขังที่เป็นบุคคลข้ามเพศไม่สามารถเข้าถึงฮอร์โมนที่จำาเป็นต่อสุขภาพ
ที่ กสม. ได้นำาเสนอในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562 นั้น กรมราชทัณฑ์
แจ้งว่า จากการศึกษาในเรื่องฮอร์โมนของคนข้ามเพศ การร้องขอการเข้าถึงฮอร์โมนและบริการสุขภาพด้านอนามัย
เจริญพันธุ์ของกลุ่มคนข้ามเพศนั้นถือเป็นเรื่องความสวยงามไม่ใช่อาการเจ็บป่วย และเป็นการบริการสุขภาพเพื่อการ
ข้ามเพศ ซึ่งผู้ได้รับฮอร์โมนต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง และต้องได้รับการดูแลทางด้านจิตใจและต้องมีการ
วินิจฉัยจากจิตแพทย์ร่วมด้วย 549
นอกจากนี้ ยังพบรายงานการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศอื่น ๆ ส่วนใหญ่เกิดกับบุคคลหลากหลาย
ทางเพศ เช่น กรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งใช้เกณฑ์ด้านความเบี่ยงเบนทางเพศในการประเมินพฤติกรรมของนักเรียน โดยมี
การระบุว่าการมีพฤติกรรมในลักษณะ “ชู้สาว-เบี่ยงเบนทางเพศ” เป็นความผิดระดับร้ายแรงซึ่งคณะกรรมการระดับ
550
โรงเรียนอาจพิจารณา “ภาคฑัณฑ์” นักเรียน และจะได้รับผลการประเมิน “ไม่ผ่าน” คุณลักษณะอันพึงประสงค์ อย่างไรก็ดี
โรงเรียนดังกล่าวได้มีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยใช้ปากกาขีดฆ่าคำาว่า “เบี่ยงเบนทางเพศ” ในแบบประเมินนักเรียน
546
จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ 166-167/2563 ลงวันที่ 2 กันยายน 2563, โดย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
547
จาก หนังสือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ พม 0504/17313 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563 เรื่อง
การด�าเนินการตามรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน.
548
จาก หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0307.6/31608 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ข้อเสนอแนะมาตรการ
หรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน.
549
จาก หนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ 0705.4/13339 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เรื่อง ขอส่งข้อมูลเพื่อประกอบ
การจัดท�ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประจ�าปี 2563.
550
จาก นักสิทธิโพสต์แฉแบบประเมิน ร.ร.ดังย่านเกษตรนวมินทร์ นร.เบี่ยงเบนทางเพศพิจารณาภาคทัณฑ์,
โดย ผู้จัดการออนไลน์, 2563. สืบค้นจาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000062465
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 225

