Page 225 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 225
และสมควรต้องทำาแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ให้กับหญิง เช่น การตั้งครรภ์ต่อไปทำาให้หญิงนั้นมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย
ต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจ หรือทารกที่จะคลอดออกมามีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติ การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
537
ทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีการส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสนอให้
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยด่วนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ตามคำาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ของกลุ่มบุคคล
538
ที่ให้การแก้ไขกฎหมายมีผลเมื่อพ้น 360 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำาวินิจฉัย โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
(ฉบับที่..) พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำานวน 39 คน เพื่อแปรญัตติ
539
ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ กสม. ได้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง บทที่ 5
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำาสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามรายงานข้อเสนอแนะที่ 3/2563 เช่น รัฐสภาควรพิจารณาแก้ไขปรับปรุงประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 301 โดยกำาหนดอายุครรภ์ที่เหมาะสมไว้ในบทบัญญัติของกฎหมาย โดยอายุครรภ์ที่มีความเหมาะสม
ในการยุติการตั้งครรภ์ คือ ช่วงอายุครรภ์ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ และควรพิจารณาแก้ไขถ้อยคำาตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 305 จากคำาว่า “นายแพทย์” เป็นคำาว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” เพื่อให้การคุ้มครองบุคลากร
ทางการแพทย์ที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมาย รวมถึงการพิจารณากำาหนดเหตุยกเว้น
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305 เพิ่มเติม ให้ครอบคลุมเหตุผลความจำาเป็นในการยุติการตั้งครรภ์
ทั้งมิติด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น 540
5.4.5 การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและมาตรการของรัฐ
(1) สภาพปัญหาการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
ข้อมูลจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวระบุถึงสถิติคำาร้องที่ยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัย
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) ระหว่างปี 2558-2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม
2563) รวม 58 คำาร้อง แบ่งเป็นปี 2558 จำานวน 2 คำาร้อง โดยผู้ร้องเป็นเพศหญิง 1 รายและผู้ที่แสดงออกแตกต่างจาก
เพศกำาเนิด 1 ราย ปี 2559 จำานวน 11 คำาร้องโดยผู้ร้องเป็นผู้ที่แสดงออกแตกต่างจากเพศกำาเนิด 10 ราย ร้องแทน 1 ราย
537 มาตรา 301 และมาตรา 305 แก้ไขเป็นดังนี้
“มาตรา 301 หญิงใดทำาให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำาให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวาง
โทษจำาคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำาทั้งปรับ”
“มาตรา 305 ถ้าการกระทำาความผิดตามมาตรา 301 หรือ มาตรา 302 เป็นการกระทำาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
และตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำาไม่มีความผิด (1) จำาเป็นต้องกระทำาเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไป
จะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกาย หรือจิตใจของหญิงนั้น (2) จำาเป็นต้องกระทำาเนื่องจากหากทารกคลอดออกมา
จะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง (3) หญิงมีครรภ์
เนื่องจากมีการกระทำาความผิดเกี่ยวกับเพศ (4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์”
538
จาก ครม.เห็นชอบแก้ ก.ม.อาญา ให้หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ท�าแท้งได้, โดย ฐานเศรษฐกิจ, 2563.
สืบค้นจาก https://www.thansettakij.com/content/normal_news/457173?as=
539
จาก สภาฯ รับหลักการ ร่างกฎหมายท�าแท้ง เพื่อให้ทันใช้ 19 ก.พ. 64, โดย มติชนออนไลน์, 2563. สืบค้นจาก
https://www.matichon.co.th/politics/news_2497660
540
จาก รายงานข้อเสนอแนะที่ 3/2563 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2563. โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 223

