Page 195 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 195
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
5.2.1 วาระผู้สูงอายุแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประมาณการประชากร
ของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583 ที่คาดการณ์ว่า ในปี 2563 จะมีประชากรผู้สูงอายุ หรือผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำานวน ของกลุ่มบุคคล
12 ล้านคน หรือร้อยละ 18 ของจำานวนประชากรทั้งหมด และจะเพิ่มเป็น 20.4 ล้านคน หรือร้อยละ 31.3 ของจำานวน
ประชากรในปี 2583 ทั้งนี้ ในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำานวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน
หลังจากนั้นจำานวนประชากรวัยเด็กมีแนวโน้มลดลงสวนทางกับจำานวนประชากรผู้สูงอายุที่จะมีแนวโน้มสูงขึ้น
ขณะที่อัตราส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในปี 2563 มีวัยแรงงาน 3.6 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน
แต่ในปี 2583 อัตราส่วนดังกล่าว จะลดลงเหลือวัยแรงงานเพียง 1.8 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ส่งผลให้อัตราส่วนพึ่งพิง บทที่ 5
ของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 27.7 คนต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี 2563 เป็น 56.2 คนต่อวัยแรงงาน 100 คน
ในปี 2583
รัฐบาลได้กำาหนดให้เรื่องผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติโดยมีแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุ
แห่งชาติครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุหรือผู้มีอายุระหว่าง 25-59 ปี และผู้สูงอายุหรือผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สำาหรับกลุ่ม
ก่อนวัยสูงอายุ รัฐบาลมีแผนส่งเสริมเน้นเรื่องการออม การไม่มองผู้สูงอายุเป็นภาระ วิธีการดูแลผู้สูงอายุ และการปรับ
สิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพผู้สูงอายุ ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุได้มีการจัดทำาแผนการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่ครอบคลุม
จำานวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมากขึ้น เน้นการเสริมทักษะใหม่แก่แรงงานผู้สูงอายุ การออกแบบการทำางานให้ยืดหยุ่น
และสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างที่จ้างผู้สูงอายุ ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรมของภาคเอกชนในการแสดง
ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) และกิจกรรมของภาคประชาชนในการสร้างงาน
แก่ผู้สูงอายุที่เป็นแรงงานนอกระบบ พร้อมทั้งจัดทำาแผนบูรณาการด้านสุขภาพโดยมีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจ
ป้องกัน และดูแลสุขภาพระยะยาวที่บ้านและในชุมชนตามระดับความจำาเป็น สามารถดำารงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
449
มีระบบการเงินการคลังที่ยั่งยืนในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และเมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ประชุม
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติให้ความเห็นชอบมาตรการรองรับสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืน 4 มิติ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ
สภาพแวดล้อม สุขภาพ และสังคม โดยมีการกระจายอำานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการ
บูรณาการและขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน การยกระดับผู้ดูแลผู้สูงอายุมืออาชีพ จัดให้มีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ
ทุกอำาเภอควบคู่กับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะนำาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
450
ต่อไป ต่อมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบหลักการมาตรการขับเคลื่อนสังคม
สูงวัยคนไทยอายุยืน 4 มิติ (เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม สุขภาพ และสังคม) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์เสนอ โดยมาตรการทั้ง 4 มิติมีแนวทางดำาเนินงานที่สำาคัญ คือ 1) มิติเศรษฐกิจ เช่น การสนับสนุน
และสร้างระบบการออมทั้งแบบถ้วนหน้าและสมัครใจผ่านกลไกต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการในยามสูงอายุ การปฏิรูป
ระบบการเงินการคลังที่เหมาะสมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย การส่งเสริมและสนับสนุนประชากรวัยทำางานกลุ่มลูกจ้าง
ในการเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่การใช้ชีวิตยามสูงอายุ และการขยายอายุการทำางาน เป็นต้น 2) มิติสภาพแวดล้อม
เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎกระทรวงเกี่ยวกับสิ่งอำานวยความสะดวกหรือบริการในอาคารสถานที่
449
จาก สศช.ชี้แนวโน้มวัยท�างานลด สวนทางประชากรสูงวัยพุ่ง, โดย กรุงเทพธุรกิจ, 2563. สืบค้นจาก https://www.
bangkokbiznews.com/news/detail/862069
450
จาก ห่วงใยผู้สูงอายุ! รัฐบาลพักช�าระหนี้กองทุนฯ 1 ปีเริ่ม 1 เม.ย.63 - 31 มี.ค.64, โดย ไทยโพสต์, 2563.
สืบค้นจาก https://www.thaipost.net/main/detail/62726
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 193

