Page 196 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 196

หรือบริการสาธารณะอื่นเพื่อให้คนพิการ และผู้สูงอายุใช้ประโยชน์ได้ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจ
            ในการปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุในชุมชนได้ เป็นต้น 3) มิติสุขภาพ เช่น การให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำาบล

            ทำาหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการ (operation unit) ในการบูรณาการกิจกรรมและทรัพยากรสำาหรับผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ
            การยกระดับผู้บริบาลมืออาชีพ และการจัดให้มีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพในทุกอำาเภอควบคู่กับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทาง
            การแพทย์ผู้ป่วยระยะกลาง (intermediate care) และ 4) มิติสังคม เช่น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ
            ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน วิสาหกิจ ชมรม โรงพยาบาลในการรองรับสังคมสูงวัยในชุมชน และการเพิ่มบทบาท

            องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
            ประชาชนในทุกมิติ และพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น
            เป็นต้น 451





                    5.2.2 การดำาเนินการตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564)

                        ข้อมูลจากสำานักนายกรัฐมนตรีระบุว่า จากการประเมินผลแผนปฏิบัติการปี 2563-2566 เพื่อขับเคลื่อน

            การดำาเนินงานตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฯ พบว่า มีการดำาเนินงานบางด้านที่ต้องปรับปรุง เช่น การเตรียมความพร้อม
            ของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ และการคุ้มครองทางสังคมสำาหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น
            ดังนั้น คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ จึงได้ปรับแผนปฏิบัติการฯ (พ.ศ. 2563-2565) โดยให้ความสำาคัญกับประเด็น
            หลัก 7 ประเด็น ได้แก่ 1) การรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงความจำาเป็นของการเตรียมการเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ

            คนวัยทำางานมีความเข้าใจถึงการเตรียมตัวด้านต่าง ๆ เช่น รายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย เป็นต้น 2) สังคมมีทัศนะ
            เชิงบวกต่อผู้สูงอายุ ไม่มองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระต่อสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างทัศนคติกับกลุ่มประชากรอายุ 18-59 ปี
            จำานวน 40 ล้านคน 3) การจ้างงานผู้สูงอายุ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2564 ผู้สูงอายุจำานวน 1.95 แสนคนจะมีงานทำา
            4) เน้นให้ลูกหลานกลับมาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยให้องค์กรปกครอง

            ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ขับเคลื่อนสำาคัญและให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ 5) การปรับเปลี่ยนโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็น
            สถานที่พัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน 6) การส่งเสริมการออมทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ โดยคนวัยทำางานต้องออมเงิน
            เพื่อใช้ในวัยเกษียณ และ 7) การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตหรือฝึกอบรมบุคลากรด้านผู้สูงอายุในระดับวิชาชีพ
            อย่างเพียงพอและมีมาตรฐาน 452


                    5.2.3 หลักประกันรายได้

                        พระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 (11) กำาหนดให้ผู้สูงอายุได้รับการสงเคราะห์

            เบี้ยยังชีพตามความจำาเป็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต้องมีสัญชาติไทย มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
            และไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
            ผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนต่อเนื่องตลอดชีวิตตามอัตราแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 600-1,000 บาทต่อเดือน







                    451
                       จาก มาตรการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืน 4 มิติ (เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม สุขภาพ และสังคม),
            โดย RYT9, 2563. สืบค้นจาก https://www.ryt9.com/s/cabt/3163022
                    452
                       จาก รัฐฯ ปรับแผนรับมือ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด”, โดย ฐานเศรษฐกิจ, 2563. สืบค้นจาก https://www.
            thansettakij.com/content/normal_news/448183?as=



       194    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   191   192   193   194   195   196   197   198   199   200   201