Page 190 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 190
และนำาเสนอปัญหาที่พบในระบบการศึกษา ได้แก่ 1) กฎข้อบังคับเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียน 2) การบังคับให้
สวมเครื่องแบบนักเรียนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองบางคนต้องแบกรับและเรื่องแบบเรียน 3) การสอนของครูบางคน
ที่ไม่มีคุณภาพ 4) การคุกคามทางเพศนักเรียน 5) ปัญหาที่เด็กนักเรียนทั้งสามัญและสายอาชีพจบมาแล้วไม่มีงานทำา
และ 6) การถูกคุกคามหลังการชูสามนิ้วระหว่างเคารพธงชาติในโรงเรียน หรือการชุมนุมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
จาก 50 โรงเรียนทั่วประเทศเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 โดยมีข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1) ขอให้หยุดคุกคาม
นักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการต้องปกป้องนักเรียนจากการถูกคุกคามทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอก
กระทรวง ซึ่งกรณีนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ต้องการให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากที่สุด
โดยข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามา พบว่า มีการคุกคามทางเพศในโรงเรียนจำานวน 109 แห่ง 2) ขอให้ยกเลิก
กฎระเบียบล้าหลังที่มีลักษณะเชิงกดขี่นักเรียน ละเมิดสิทธิมนุษยชน และลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์
ในตัวนักเรียน อาทิ คำาสั่งในเรื่องทรงผมของนักเรียน หรือการเรียกร้องให้ยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนและ 3) เรียกร้อง
ให้ปฏิรูปการศึกษาเพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อตัวผู้เรียน เช่น ปัญหาความเหลื่อมลำ้า ปัญหาการเข้าไม่ถึง
การศึกษา ปัญหาหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ ปัญหาภาระงานครู ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของครู เป็นต้น
โดยต้องให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการด้วย เป็นต้น 443,444 นอกจากนี้
ในการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 ยังพบกรณีที่หญิงคนหนึ่งเรียกร้องเรื่องความปลอดภัย
445
ในสถานศึกษา พร้อมเปิดเผยว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในโรงเรียน
จากข้อเรียกร้องของนักเรียนและนักศึกษาข้างต้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีคำาสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ
พิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากการเปิดรับฟังความคิดเห็น
ของนักเรียนนักศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการศึกษาและข้อเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษา
จัดทำาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษาที่ได้รับ
ผลกระทบ ประสานและบูรณาการการดำาเนินการร่วมกันระหว่างหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และ
จัดทำากระบวนการติดตามและประเมินผล เป็นต้น โดยตั้งแต่มีคำาสั่งจนถึงปัจจุบัน (27 พฤศจิกายน 2563) ได้มีการ
ประชุมเพื่อพิจารณาในบางประเด็นก่อนแล้ว เช่น เรื่องเครื่องแต่งกาย ทรงผมนักเรียน และปัญหาการเลือกปฏิบัติของ
กลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ เป็นต้น
จากเหตุการณ์การชุมนุมในปี 2563 กสม. ได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและ
มีข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่ายให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการใช้สิทธิการชุมนุมโดยสงบและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นระยะ
ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพของเด็ก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ประธาน กสม. ได้ยำ้าว่า ตามอนุสัญญา CRC
ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เด็กที่สามารถมีความคิดเห็นเป็นของตนเองได้แล้วมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีในเรื่อง
ที่มีผลกระทบต่อเด็ก ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกล่าวของเด็กจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังตามสมควรแก่อายุและ
วุฒิภาวะของเด็กคนนั้น และการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกต้องเคารพสิทธิและชื่อเสียงของบุคคลอื่นด้วย และ
443
จาก นักเรียนเลว : ณัฏฐพลรับมอบ “นกหวีด” หลังจบดีเบตปมคุกคามนักเรียน, โดย บีบีซีไทย, 2563. สืบค้นจาก
https://www.bbc.com/thai/thailand-54038953
444
จาก “กลุ่มนักเรียนเลว” ยกระดับข้อเรียกร้อง นัดชุมนุมใหญ่ 21 พ.ย.นี้, โดย ข่าวไทยพีบีเอส, 2563. สืบค้นจาก
https://news.thaipbs.or.th/content/298107
445
จาก เปิดใจ สาวชูป้าย “หนูถูกครูอนาจาร” กลางม็อบนักเรียนเลว, โดย sanook.com, 2563. สืบค้นจาก
https://www.sanook.com/news/8302346/
188 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

