Page 194 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 194
ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อ
รัฐบาลในประเด็นสิทธิผู้สูงอายุ อาทิ รัฐควรให้ความสำาคัญกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุของกลุ่มแรงงาน
นอกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างหลักประกันว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวจะมีรายได้เพียงพอสำาหรับการดำารงชีวิต
ตามมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคและภาวะการเจ็บ
ป่วยของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น การเร่งการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้
โดยสะดวกยิ่งขึ้น และการมีมาตรการป้องกันปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งหรือถูกทำาร้ายโดยสมาชิกในครอบครัว โดยการ
มีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ของไทยในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า จึงมีความ
จำาเป็นต้องดำาเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ กสม. จึงได้ทำาการศึกษา
สภาพปัญหาสิทธิของผู้สูงอายุโดยใช้กระบวนการไต่สวนสาธารณะ (public inquiry) เป็นพื้นฐานในการรวบรวมศึกษา
ข้อเท็จจริง บทบัญญัติของกฎหมาย เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจาก
ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาดูงาน และในเดือนเมษายน 2563 ได้จัดทำาข้อเสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุต่อคณะรัฐมนตรีใน 7 ด้าน ได้แก่ 1) สิทธิในที่อยู่อาศัย
2) สิทธิด้านสุขภาพ 3) สิทธิในหลักประกันรายได้ 4) สิทธิในการทำางาน 5) สิทธิในการศึกษาตลอดชีวิต 6) สิทธิ
ในการได้รับความคุ้มครองจากการถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำารุนแรงและถูกแสวงประโยชน์ และ 7) สิทธิในการได้รับความ
คุ้มครองในสภาวะภัยพิบัติรวมทั้งมีข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายในภาพรวม เช่น การกำาหนดนโยบาย
การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับหลักการว่าด้วยผู้สูงอายุของสหประชาชาติ
การพิจารณาใช้กลไกระดับท้องถิ่นเป็นหน่วยดำาเนินงานเพื่อส่งเสริม คุ้มครองสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
ในระดับพื้นที่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาตินโยบาย และแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ
ระเบียบหรือคำาสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ อาทิ การทบทวนพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ
พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 10 และมาตรา 11 เพื่ออำานวยให้กลไกการปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ
448
เข้ามามีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการสาธารณะแก่ผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งสำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/25337 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกา สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำานักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทาง
และความเหมาะสมของข้อเสนอแนะของ กสม. โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สรุปผลการพิจารณาหรือผลการ
ดำาเนินการดังกล่าวในภาพรวมแล้วส่งให้สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
อนึ่ง จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของผู้สูงอายุในปี 2563 พบว่ามีสถานการณ์สำาคัญ
การดำาเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ
ของผู้สูงอายุ ดังนี้
448
จาก ข้อเสนอแนะที่ 1/2563 ลงวันที่ 29 เมษายน 2563, โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
192 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

