Page 193 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 193
กับองค์กรพัฒนาเอกชนในการจัดให้มีระบบให้คำาแนะนำาปรึกษาแก่เด็กและเยาวชนในเรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์
ที่เป็นมิตรกับเด็กและวัยรุ่น การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
5. รัฐบาลโดยคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณานำาข้อเรียกร้องของกลุ่มเด็กและเยาวชนในการชุมนุมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาพิจารณา ของกลุ่มบุคคล
ให้รอบคอบ และจัดให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมโดยเร็ว โดยให้เด็กได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ
ดังกล่าวด้วย
บทที่ 5
5.2 สิทธิผู้สูงอายุ
ภาพรวม
ปัจจุบันยังไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แต่สิทธิของผู้สูงอายุได้รับ
การรับรองในสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน 2 ฉบับ คือ กติกา ICCPR และกติกา ICESCR นอกจากนี้
ยังมีสนธิสัญญาฉบับอื่นที่มีความเกี่ยวข้องและอาจนำามาปรับใช้ในการคุ้มครองผู้สูงอายุได้ เช่น ผู้หญิงสูงอายุได้รับ
การคุ้มครองตามอนุสัญญา CEDAW ส่วนผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางร่างกายได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญา CRPD
เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อปี 2534 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติได้มีมติที่ 46/91 รับรองหลักการ 18 ประการสำาหรับผู้สูงอายุ
(United Nations Principles for Older Persons) โดยรับรองสิทธิของผู้สูงอายุใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีอิสรภาพ
ในการพึ่งตนเอง (independence) 2) การมีส่วนร่วม (participation) 3) การดูแล (care) 4) การบรรลุความต้องการ
447
(self-fulfillment) และ 5) ความมีศักดิ์ศรี (dignity) นอกจากนี้ ยังมีตราสารระหว่างประเทศด้านผู้สูงอายุที่สำาคัญ
ได้แก่ แผนปฏิบัติการระหว่างประเทศมาดริดว่าด้วยเรื่องผู้สูงอายุ (The Madrid International Plan of Action on
Ageing) ซึ่งเป็นผลจากการประชุมสมัชชาระดับโลกว่าด้วยผู้สูงอายุ ครั้งที่ 2 (The 2 World Assembly on Ageing)
nd
ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี 2545 โดยมีเป้าหมายหลักของการพัฒนาผู้สูงอายุใน 3 ประเด็น คือ 1) ผู้สูงอายุกับ
การพัฒนา 2) สูงวัยอย่างสุขภาพดีและมีสุขภาวะ และ 3) การสร้างความมั่นใจว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุน
และเหมาะสม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้รับรองสิทธิผู้สูงอายุไว้ในมาตรา 27 วรรคสาม
และวรรคสี่ ว่าด้วยการห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความแตกต่างด้านต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอายุ
และมาตรา 48 วรรคสอง บัญญัติว่าบุคคลที่อายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลยากไร้
ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ นอกจากนี้ มาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติว่า
รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำารงชีพได้อย่างมี
คุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบำาบัด
ฟื้นฟู เยียวยาผู้ถูกกระทำาการดังกล่าว
447
From United Nations Principles for Older Persons Adopted by General Assembly resolution 46/91
of 16 December 1991, by United Nations Human Rights Office of the High Commissioner, 1991. Retrieved from
http://www.ohchr.org/EN/ProfessionalInterest/Pages/OlderPersons.aspx
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 191

