Page 189 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 189
440
ความคุ้มครอง และการวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลเป็นไปโดยเที่ยงธรรมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้
หน่วยงานในสังกัดทุกแห่งกำาหนดผู้ทำาหน้าที่ประสานงานร่วมกับสำานักงานศาลยุติธรรม จัดระบบรองรับการส่งตัว การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ผู้ต้องหา หรือจำาเลย หรือบุคคลอื่น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำาด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน ของกลุ่มบุคคล
และครอบครัว พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต จิตเวช บุคลิกภาพ
และสารเสพติด ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวมีคำาสั่งให้ส่งตัวเพื่อเข้ารับการประเมินสภาพปัญหา การตรวจวินิจฉัย
การให้คำาปรึกษาแนะนำา ฟื้นฟู การบำาบัดรักษาและฟื้นฟูการติดยาหรือสารเสพติด และภาวะหรือโรคทางจิตเวช
รวมทั้งทำาความเห็นรายงานต่อศาล เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัว บทที่ 5
นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้มีโครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงาน
คุมประพฤติด้านการหันเหคดีและงานสัมมนาวิชาการว่าด้วยการหันเหคดีด้วยยุติธรรมสมานฉันท์ เพื่อให้พนักงาน
คุมประพฤติสามารถนำาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการทำางานกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำาเนินคดี
อาญาในชั้นก่อนฟ้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกระบวนการยุติธรรมสำาหรับเด็กและเยาวชน จะมีแนวทางในการพัฒนา
พฤตินิสัยของเด็กและเยาวชนตั้งแต่ในชั้นของการถูกจับกุมหากกระทำาผิดครั้งแรกและเป็นข้อหาที่สามารถเปรียบเทียบ
ปรับได้ และในชั้นหลังจับกุมก่อนที่จะมีการฟ้องร้องดำาเนินคดี คือ การใช้มาตรการพิเศษแทนการดำาเนินคดีอาญาเพื่อ
ลดจำานวนเด็กและเยาวชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยใช้วิธีการอื่น ๆ แทนการคุมขัง หนึ่งในวิธีการนั้นซึ่งได้รับรอง
ไว้ในยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกัน
อาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ กระบวนการยุติธรรมสมานฉันท์ที่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งเด็ก
และเยาวชนผู้กระทำาผิด ผู้เสียหายในคดี และชุมชนได้หาทางออกร่วมกัน ทำาให้เด็กและเยาวชนที่กระทำาผิดได้สำานึก
ในการกระทำาของตนและพร้อมที่จะกลับตนเป็นคนดี ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาและชุมชนได้รับความปลอดภัยสามารถ
ที่จะอยู่ร่วมกันได้ดังเดิม 441
5.1.6 การยื่นข้อเรียกร้องของนักเรียนและนักศึกษา
ในครึ่งหลังของปี 2563 นักเรียนและนักศึกษาได้เข้าร่วมในการชุมนุมทางการเมืองที่มีการจัดขึ้นเป็น
ระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องโดยคณะประชาชนปลดแอก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ให้นายกรัฐมนตรีลาออก
และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนักเรียนนักศึกษาบางส่วนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตามกลุ่มคณะประชาชนปลดแอก
โดยการชูสามนิ้วและผูกโบว์สีขาว รวมทั้งมีการนำาเสนอปัญหาบางประการในระบบการศึกษาของไทย และในหลายโอกาส
เด็กและเยาวชนได้รวมตัวกันเพื่อชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ อาทิ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563
กลุ่มนักเรียนทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายเดินทางมารวมตัวที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ
442
เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว ผูกโบว์สีขาว และเป่านกหวีดขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
440
จาก สธ.-ส�านักงานศาลยุติธรรม ลงนามความร่วมมือเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมด้านคดีเด็ก เยาวชน
และครอบครัว, โดย สำานักสารนิเทศ สำานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2563. สืบค้นจาก https://pr.moph.go.th/?url=pr/
detail/2/04/138155/
441
จาก กระทรวงยุติธรรมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนด้วยกระบวนการยุติธรรมสมานฉันท์,
โดย กระทรวงยุติธรรม, 2563. สืบค้นจาก https://www.moj.go.th/view/41792
442
จาก “องค์กรนักเรียนเลว” นักเรียนบุกกระทรวงศึกษาฯ เป่านกหวีดไล่ รมว. ณัฏฐพล อดีต กปปส., โดย บีบีซีไทย,
2563. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-53837728
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 187

