Page 188 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 188
ปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 โดยขับเคลื่อนการดำาเนินงานผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่เน้นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถ
438
เข้าถึงถุงยางอนามัย และส่งเสริมให้การใช้ถุงยางอนามัย เป็นวิถีชีวิตประจำาวันของประชาชน
5.1.5 การคุ้มครองเด็กในกระบวนการยุติธรรม
ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำาเนินคดีอาญากับเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่า
กระทำาความผิดอาญาในชั้นก่อนฟ้องตามมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี
เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ระหว่างปี 2561-2563 จากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ในปี 2563
มีคดีที่เข้าเกณฑ์การใช้มาตรการพิเศษตามมาตรา 86 จำานวน 6,725 คดี จากจำานวนคดีทั้งหมด 15,593 คดี หรือ
ร้อยละ 43.13 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 และปี 2562 ที่มีคดีเข้าเกณฑ์ดังกล่าวร้อยละ 34.09 และ 36.55 ตามลำาดับ
ในจำานวนคดีที่เข้าเกณฑ์ มีคดีที่เสนอใช้มาตรการพิเศษเพียง 2,575 คดี หรือร้อยละ 38.28 ใกล้เคียงกับปี 2562
และมีคดีที่มีการจัดทำาแผนบำาบัดแก้ไขฟื้นฟูสำาเร็จจนถึงขั้นมีการปฏิบัติตามแผนและอัยการสั่งไม่ฟ้อง 611 คดี
หรือร้อยละ 85.11 น้อยกว่า ปี 2561 และปี 2562 ที่มีสัดส่วนคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเกินกว่าร้อยละ 95 ทั้งนี้
สัดส่วนความสำาเร็จในการปฏิบัติตามแผนบำาบัดแก้ไขฟื้นฟูที่แตกต่างจากปีก่อนค่อนข้างมากอาจเนื่องจากข้อมูล
ในปี 2563 เป็นข้อมูลถึงเพียงเดือนตุลาคม 2563 เท่านั้น สำาหรับข้อมูลสถิติการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำาเนินคดี
อาญาหลังฟ้อง ตามมาตรา 90แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ระหว่างปี 2561-2563 จากศาลเยาวชน
และครอบครัวกลาง ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
สาขามีนบุรี และศาลเยาวชนและครอบครัว ภาค 1-9 พบว่า ในปี 2561 มีจำานวนเรื่องที่จัดทำาแผนแก้ไขบำาบัดฟื้นฟู
439
จำานวน 533 เรื่อง ปี 2562 จำานวน 818 เรื่อง และปี 2563 จำานวน 797 เรื่อง
ในปี 2563 หน่วยงานของรัฐได้มีการดำาเนินการเพื่อให้ความคุ้มครองเด็กในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 กระทรวงสาธารณสุขและสำานักงานศาลยุติธรรมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำาเนินกระบวนการยุติธรรมด้านคดีเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับ
การสาธารณสุข ให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศจัดระบบรองรับดูแลผู้ต้องหาหรือจำาเลยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต
สารเสพติด โดยกระทรวงสาธารณสุขจะสนับสนุนภารกิจของศาลยุติธรรมในการใช้อำานาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ
การดำาเนินงานทางสาธารณสุข เช่น การส่งตัวจำาเลยในคดีอาญาไปให้แพทย์ตรวจหรือรักษากรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า
จำาเลยวิกลจริตและไม่อาจต่อสู้คดีได้ การกำาหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำาเลย โดยให้ไปรับการบำาบัดรักษาการติด
ยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาล
กำาหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่ศาลอาจใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีเพื่อแก้ไขบำาบัด
ฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข การลงนามความร่วมมือดังกล่าว จะทำาให้กระบวนการยุติธรรม
ด้านคดีเด็ก เยาวชน และครอบครัว มีประสิทธิภาพ บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีที่อาจมีปัญหาด้านสุขภาพจิตได้รับ
438
จาก ป้องกันท้อง-ป้องกันโรค การให้ความรู้แก่วัยรุ่น 2020, โดย ข่าวสดออนไลน์, 2563. สืบค้นจาก
https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_3599529
439
ข้อมูลจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผ่านอีเมล we.evaluation@gmail.com (ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง,
การสื่อสารส่วนบุคคล, 28 มกราคม 2564)
186 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

