Page 108 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 108
107
7) ควรกำาหนดให้สิทธินำาคดีอาญามาฟ้องระงับเมื่อ กับกฎหมายเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน บทที่
คู่กรณีได้ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาททาง เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพระราชบัญญัติระเบียบ 1
อาญาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเพื่อเป็นหลักประกัน บริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
การเยียวยาแก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ ควรกำาหนดให้หน่วยงาน โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน บทที่
2
ซึ่งดำาเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือสำานักงานอัยการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 การไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภคตาม
ในท้องที่ทำาการตรวจสอบบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาท พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และ บทที่
และมีอำานาจกำาหนดให้ใช้วิธีการฟื้นฟู บำาบัดรักษา หรือ การไกล่เกลี่ยตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความ 3
แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายกระทำา เสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งไม่ได้ บทที่
ให้เกิดความเสียหาย หรือให้กระทำาการที่เป็นการแสดง มีการกำาหนดบทลงโทษทางอาญาไว้ ประกอบกับตามร่าง 4
ความสำานึกรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย หรือให้ทำากิจกรรม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา 15 (3) กำาหนดให้ความเป็นผู้ไกล่เกลี่ย
ที่ส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างคู่กรณี สิ้นสุดลง เมื่อถูกเพิกถอนการเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และมีข้อกำาหนด บทที่
โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม จริยธรรมของผู้ไกล่เกลี่ย ตามมาตรา 11 ซึ่งถือเป็น 5
มาตรการกำากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ไกล่เกลี่ยไว้แล้ว ภาค
8) ควรกำาหนดให้หน่วยงานซึ่งดำาเนินการไกล่เกลี่ย ผนวก
ส่งบันทึกข้อตกลงไปให้สำานักงานอัยการในท้องที่เพื่อ ผลสำาเร็จ/ความก้าวหน้าในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ตรวจสอบ หากเป็นการยอมความโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ราชกิจจานุเบกษา
และคู่กรณีได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นแล้วให้สิทธิ ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
นำาคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ แต่หากบันทึกข้อตกลง พ.ศ. 2562 โดยมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสอดคล้อง
ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือคู่กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง กับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
ให้บันทึกข้อตกลงดังกล่าวสิ้นผลไปเฉพาะข้อตกลง แห่งชาติ ดังนี้
ในส่วนอาญา แต่ไม่กระทบต่อการระงับข้อพิพาทในส่วน
แพ่งหรือการเยียวยาอื่น ๆ แก่ฝ่ายผู้เสียหาย และควร 1) ประเด็นอายุความนำาหลักอายุความสะดุด
กำาหนดว่า “เพื่อประโยชน์ในการที่ผู้เสียหายจะไปดำาเนินคดี หยุดอยู่มาใช้ในระหว่างการไกล่เกลี่ยสำาหรับข้อพิพาท
ต่อไป อายุความการร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายอาญา ทางอาญาในชั้นการสอบสวน “มาตรา 40 เมื่อพนักงาน
ให้เริ่มนับแต่วันที่บันทึกข้อตกลงระงับพิพาทนั้นสิ้นผล” สอบสวนผู้มีอำานาจออกคำาสั่ง มีคำาสั่งให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ทางอาญาตามมาตรา 44 แล้ว ให้หยุดนับอายุความ
9) ควรปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติ มาตรา 37 มิให้นำา ในการดำาเนินคดีอาญา และเมื่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำานาจ
คุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ยทั่วไป ตามมาตรา 8 มาใช้บังคับ ออกคำาสั่งมีคำาสั่งให้ดำาเนินคดีต่อไป ตามมาตรา 61
ผู้ไกล่เกลี่ยของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ให้นับอายุความดำาเนินคดีต่อจากเวลานั้น”
โดยให้เป็นกลไกของภาคประชาชนผู้ใช้บริการที่จะ
พิจารณาคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ยที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยอมรับ 2) ประเด็นการตั้งข้อรังเกียจผู้ไกล่เกลี่ยในกรณี
และไว้วางใจมาทำาหน้าที่ เนื่องจากการไกล่เกลี่ยเป็น ที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหลายคน ผลของการที่
กระบวนการที่เปิดโอกาสให้คู่พิพาทได้มีบทบาทและ ผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งถูกตั้งข้อรังเกียจถูกถอดถอนตามร่าง
มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการหาหนทางแก้ไขปัญหา มาตรา 13 (เดิม) ร่างมาตรา 15 (ใหม่) นั้น ได้ปรับปรุง
ให้กับตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและ แก้ไขในร่างมาตรา 18 โดยการบัญญัติผลของการ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละชุมชน ถูกถอดถอนให้ชัดเจนแล้ว ดังนี้ “มาตรา 18 ในกรณีที่
ผู้ไกล่เกลี่ยถูกถอดถอนหรือความเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง
10) ควรพิจารณาทบทวนบทกำาหนดโทษทางอาญา ในระหว่างการดำาเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คู่กรณี
ในหมวด 5 มาตรา 40 และมาตรา 41 ให้มีความเหมาะสม อาจตั้งผู้ไกล่เกลี่ยคนใหม่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ย
เนื่องจากมีบทกำาหนดโทษที่ค่อนข้างรุนแรง และไม่สอดคล้อง ข้อพิพาทนั้นต่อไปโดยอาจใช้เอกสารของกระบวนการ

