Page 105 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 105
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 104 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ�พ.ศ.�2562
2) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ 2) ประเด็นความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น เห็นว่า
สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อร่างพระราชบัญญัติ การรวมตัวเป็นชุมชนเป็นแนวคิดว่าด้วยสิทธิเชิงกลุ่ม
อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (collective rights) ที่ก่อให้เกิดอัตลักษณ์และการสร้าง
ประเด็น/ความเป็นมา เจตจำานงร่วมกันอันสืบทอดมาในรูปแบบของประเพณี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า ซึ่งยาวนานกว่าระบบกรรมสิทธิ์ของปัจเจกบุคคล เห็นควรมี
ร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่าง บทนิยามเกี่ยวกับชุมชน ที่ให้บุคคลหรือชุมชนเข้ามา
การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรให้ความสำาคัญ มีส่วนร่วมในกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิต
ของสิทธิชุมชน จึงเห็นควรจัดทำาข้อเสนอแนะในการแก้ไข หรือสิ่งแวดล้อมในชุมชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 43
ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนโดยเฉพาะชุมชน
ที่จำาเป็นต้องพึ่งพาอาศัยพื้นที่ชายฝั่งและทะเลในการดำารงชีพ
ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ การมีบทบัญญัติห้ามการเข้าไปกระทำาการบางอย่าง
คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในเขตที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน
1) ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือชุมชน สมควรจะต้องกำาหนดบทยกเว้นไว้สำาหรับกรณีดังกล่าว
ในท้องถิ่น เห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ เป็นการเฉพาะด้วย เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา 22
พ.ศ. .... มาตรา 8 มีการปรับปรุงหลักการให้ดีขึ้นกว่า ซึ่งเป็นอำานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลพินิจ
กรณีตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ อนุญาตให้บุคคลเข้าไปกระทำาการตามมาตรา 19 (2)
พ.ศ. 2504 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (5) (6) และ (7) โดยเพิ่มเติมให้อำานาจแก่พนักงาน
เห็นสมควรให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่อนุญาตให้บุคคลหรือชุมชนสามารถเข้าไป
ของประชาชนและชุมชน เช่น การจัดให้มีการรับฟัง เก็บหาทรัพยากรธรรมชาติ ล่อหรือนำาสัตว์ป่าออก
ตั้งแต่การเริ่มสำารวจพื้นที่ การให้ข้อมูลข่าวสาร โดยอาจใช้เครื่องมือต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องเป็น
อย่างเพียงพอต่อการพิจารณาให้ความเห็นเพื่อสร้าง การดำาเนินการเพื่อการเลี้ยงชีพตามวิถีปกติของชุมชน
ความเข้าใจที่ตรงกันไว้ในกฎหมายลำาดับรอง ตลอดจน ท้องถิ่นแห่งนั้นและไม่กระทบต่อความสมดุลและยั่งยืน
เปิดโอกาสให้บุคคลหรือชุมชนมีสิทธิในการโต้แย้งหรือ ของสิ่งแวดล้อม ทั้งยังต้องสอดคล้องกับแผนบริหารจัดการ
คัดค้านการกำาหนดเขตเพื่อขอให้หน่วยงานของรัฐ พื้นที่ตามมาตรา 18 ซึ่งชุมชนท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมกับ
ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนดุลพินิจอีกครั้งและเห็นว่า รัฐในการจัดทำาด้วย ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า แม้ร่างมาตรา 63
ร่างมาตรา 18 เกี่ยวกับการจัดทำาแผนการบริหารจัดการ วรรคท้ายจะได้บัญญัติยกเว้นโทษบุคคลที่กระทำาการต่าง ๆ
พื้นที่อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งยังคงเป็นอำานาจของ อันเป็นความผิดตามร่างมาตรา 19 ในเขตพื้นที่อุทยาน
หน่วยงานของรัฐ และอธิบดีในการจัดทำาและเห็นชอบ ไว้แล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่บทบัญญัติดังกล่าวเป็น
ก่อนการประกาศใช้ ซึ่งแผนการบริหารจัดการพื้นที่ บทเฉพาะกาลซึ่งใช้บังคับเฉพาะกรณีของบุคคลที่ไม่มี
ดังกล่าวเกี่ยวข้องเป็นไปเพื่อดูแล รักษา คุ้มครองพื้นที่ ที่ทำากินและอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นเขตอุทยาน
ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ เห็นสมควรเพิ่มเติมข้อความ แห่งชาติอยู่ก่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ
ในมาตรานี้ให้กำาหนดกระบวนการและขั้นตอนการรับฟัง จึงไม่ครอบคลุมถึงกรณีของบุคคลหรือชุมชนที่อยู่อาศัย
ความเห็นของบุคคลหรือชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ เห็นควร หรือพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติในเขตพื้นที่อื่นซึ่งยังไม่ได้รับ
ให้มีการกำาหนดแผนที่เหมาะสมในการร่วมกันบริหาร การประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ หรือในเวลาต่อมา
จัดการอุทยานแห่งชาติระหว่างรัฐและประชาชน มีการขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติมาถึงก็จะทำาให้บุคคลหรือ
บุคคลและชุมชนมีส่วนร่วมในการจำาแนกเขตการจัดการ ชุมชนที่ไม่โยกย้ายออกไปจากเขตพื้นที่ดังกล่าวมีความผิด
(zoning) ในแผนบริหารจัดการพื้นที่ซึ่งต้องพิจารณา อันจะทำาให้กระทบต่อสิทธิทางวัฒนธรรมและสิทธิ
ความเป็นไปได้ในการจัดการพื้นที่ประเภทต่าง ๆ ในที่อยู่อาศัย โดยการกำาหนดให้เป็นดุลพินิจของ

