Page 103 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 103
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 102 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ�พ.ศ.�2562
ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 247 (3) ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
มาตรา 26 (3) ซึ่งให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แห่งชาติมีหน้าที่และอำานาจเสนอแนะมาตรการหรือ
มีหน้าที่และอำานาจเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุง รวมตลอดถึงการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบหรือ
กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำาสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้อง คำาสั่งใด ๆ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
กับหลักสิทธิมนุษยชน และตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา
247 วรรคสอง ที่บัญญัติให้เมื่อรับทราบข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ
ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีดำาเนินการปรับปรุงแก้ไข คุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ตามความเหมาะสมโดยเร็วหากไม่อาจดำาเนินการได้หรือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีข้อเสนอแนะ
ต้องใช้เวลาให้แจ้งเหตุผลให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาการประกาศเขต
แห่งชาติทราบโดยไม่ชักช้า ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานทับซ้อนที่อยู่อาศัยและ
ที่ทำากินของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมซึ่งอยู่อาศัยมาก่อน
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการ การขาดแคลนพื้นที่ทำากิน การจับกุม ดำาเนินคดีและ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีข้อเสนอแนะ ทั้งที่เป็น ไล่รื้อทรัพย์สินของชุมชนโดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับ
เอกสารข้อเสนอแนะในเรื่องนั้นโดยเฉพาะและที่เป็น ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... รวมอยู่ด้วย
ข้อเสนอแนะปรากฏในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิด อีกทั้ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความเห็น
สิทธิมนุษยชน และเสนอไปยังรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และ ต่อร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำานวน 5 ฉบับ สรุปได้ดังนี้
1) ร่างมาตรา 31 ถึงมาตรา 41 การจัดตั้งป่าชุมชน
1) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ บัญญัติให้ชุมชนที่ประสงค์นำาพื้นที่ป่ามาขอจัดตั้ง
สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อร่างพระราชบัญญัติ ป่าชุมชนต้องยื่นแผนจัดการป่าชุมชนประกอบคำาขอ
ป่าชุมชน พ.ศ. .... ต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจำาจังหวัดพิจารณาอนุญาตก่อน
ประเด็น/ความเป็นมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า รัฐควรมีหน้าที่
คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน รับรองสิทธิที่มีอยู่แล้วของชุมชนและไม่เพิ่มอุปสรรคในการ
พ.ศ. .... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาตามหนังสือ เข้าถึงสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมมากเกินไป โดยเฉพาะ
สำานักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0503/41625 ลงวันที่ 20 ชุมชนใดที่ดำาเนินการจัดการ บำารุงรักษาและใช้ประโยชน์
ธันวาคม 2561 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลาย
ต่อมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับพิจารณาเป็นวาระ ทางชีวภาพอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เร่งด่วน โดยมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฯ โดยมีข้อกังวลว่าชุมชน เช่น กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง
ดังกล่าว ในคราวการประชุม ครั้งที่ 89/2561 ชาวมันนิ อาจไม่มีโอกาสรับรู้ถึงวิธีการเข้าถึงทรัพยากร
เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561 ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฯ ว่าจะต้องจัดทำาแผนจัดการป่าชุมชนเสนอต่อรัฐก่อนใช้
ในขณะนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ประโยชน์และอาจเป็นภาระมากเกินกว่าที่ชุมชนเหล่านั้น
วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... ที่จะดำาเนินการได้เอง จึงมีข้อเสนอว่า ร่างพระราชบัญญัติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็น ป่าชุมชนฯ จำาเป็นต้องมีมาตรการหรือวิธีการอำานวย
ความสำาคัญของสิทธิชุมชน จึงเห็นควรจัดทำาข้อเสนอแนะ ความสะดวกให้กับชุมชนเหล่านั้นเพิ่มเติม เช่น บัญญัติ
ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมป่าไม้มีส่วนร่วม
หลักสิทธิมนุษยชนไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งนี้ตาม ช่วยเหลือในการเขียนแผนโครงการของชุมชนในพื้นที่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อเป็นการขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิของชุมชน

