Page 161 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 161

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      160






                      5.1.2  สิทธิชุมชนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

                              ในปี 2561 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561

              เพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่
              ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทันสมัย สร้างนวัตกรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
              ภาคตะวันออก หรืออีอีซี (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนานี้ และเป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้
              ไทยแลนด์ 4.0 ประกอบด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกหรือ

              Eastern Seaboard โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็น
              พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การด�าเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ก�าหนดให้ด�าเนินการในรูปคณะกรรมการ
              เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีอ�านาจและหน้าที่อนุมัติ อนุญาตซึ่งเป็นอ�านาจหน้าที่
              ตามกฎหมายเฉพาะหลายฉบับ

                              อย่างไรก็ดี มีประชาชนในพื้นที่บางกลุ่มและนักวิชาการที่คัดค้านการด�าเนินการในเรื่องดังกล่าว

              โดยเฉพาะเรื่องการประกาศใช้ผังเมืองในเขตพัฒนาพิเศษฯ โดยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 มีรายงานว่า กลุ่มศึกษา
              การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Watch) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบาย
              เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยุติการด�าเนินการเพื่อประกาศใช้ผังเมืองตามแผนพัฒนาอีอีซี เนื่องจากมีการยกเลิก
              ผังเมืองเดิมที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และมีการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรม (สีเขียว) เป็นพื้นที่
              อุตสาหกรรม (สีม่วง) กลุ่ม EEC Watch เห็นว่าการด�าเนินการเรื่องดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักการจัดท�าผังเมืองที่ต้อง

              สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของภาคตะวันออก ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเพียงพอและครบถ้วน
              เป็นการท�าลายหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นผังเมืองที่เอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม
              มีการขับไล่ประชาชนออกจากที่ดิน ท�าลายระบบนิเวศเฉพาะ แหล่งความมั่นคงทางอาหารที่ส�าคัญของภาคตะวันออก

              และทั้งประเทศ ท�าลายวิถีชีวิต เศรษฐกิจของชุมชน และสร้างผลกระทบกับประชาชนจ�านวนมากในพื้นที่ 359  นอกจากนี้
              เครือข่ายเพื่อนตะวันออก ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มีความกังวลในประเด็น
              เดียวกันและได้ยื่นหนังสือคัดค้านเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและ
              นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 360

                              กรณีดังกล่าว เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

              ชี้แจงว่าได้มีหนังสือตอบเครือข่ายเพื่อนตะวันออก โดยระบุว่า การจัดท�าผังเมืองได้มีการลงไปรับฟังความคิดเห็น 25 ครั้ง
              และยืนยันว่าไม่มีคนถูกขับไล่ ส่วนการเปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่สีเขียวชนบทเกษตรกรรมไปเป็นสีม่วงรองรับอุตสาหกรรม
              ซึ่งจะเป็นการท�าลายวิถีชีวิตเศรษฐกิจของชุมชนและสร้างผลกระทบกับประชาชนจ�านวนมากนั้น เลขาธิการฯ กล่าวว่า
              พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนชนบทที่ควรได้รับการยกระดับเป็นชุมชนเมือง เป็นพื้นที่เกษตรที่ได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น 361







                    359
                         จาก กลุ่ม EEC Watch ออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลหยุดผังเมืองอีอีซี, โดย ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 2562.
              สืบค้นจาก https://www.prachachat.net/economy/news-349637
                    360
                         จาก ชาวบ้านภาคตะวันออกร้อง EEC ซ้อนทับที่อยู่อาศัย - ไม่มีการรับฟังความคิดเห็น, โดย เวิร์คพอยท์นิวส์, 2562.
              สืบค้นจาก https://workpointnews.com/2019/07/23/eec-effected/
                    361
                         จาก “คณิศ” ตอบทุกคำาถาม “อนาคตใหม่ - ม็อบผังเมือง” ปมค้าน EEC, โดย ฐานเศรษฐกิจ, 2562. สืบค้นจาก
              https://www.thansettakij.com/content/406577
   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166