Page 166 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 166
165 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 พระราชก�าหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ดี
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว บางกรณีได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน เช่น การปฏิบัติ
ของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรง เป็นต้น
ตามกติกา ICCPR รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิในชีวิตของบุคคลและประกันว่าบุคคลจะไม่ถูกทรมานหรือ
ได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดังปรากฏในข้อ 6 และข้อ 7 บุคคล
ที่สิทธิหรือเสรีภาพซึ่งรับรองไว้ตามกติกานี้ถูกละเมิดจะได้รับการเยียวยาตามข้อ 2 ของกติกาฯ ส่วนกติกา ICESCR
ข้อ 12 รับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นได้
นอกจากนี้ อนุสัญญา CAT ยังได้ก�าหนดให้รัฐภาคีอนุสัญญาฯ ต้องป้องกันการกระท�าทรมานของเจ้าหน้าที่รัฐ
5
ต่อบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของรัฐ หากเกิดกรณีดังกล่าว รัฐต้องด�าเนินการสอบสวนโดยเร็วและด้วยความเป็นกลาง บทที่
เพื่อน�าตัวผู้กระท�าผิดมาลงโทษ ทั้งนี้ ข้อ 2 ของอนุสัญญาฯ ให้การรับรองว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษใด ภาวะสงคราม
หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะใดที่สามารถยกขึ้นเป็นข้ออ้างส�าหรับการทรมาน
สิทธิตามกติกาและอนุสัญญาข้างต้นได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
โดยมาตรา 25 รับรองว่าบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพหรือจากการกระท�าผิด
อาญาย่อมมีสิทธิได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐ และมาตรา 28 รับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย
การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระท�ามิได้ ส่วนมาตรา 55
ก�าหนดว่ารัฐต้องด�าเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ
การป้องกันและรักษาโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ
คณะกรรมการประจ�ากติกาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวข้างต้นและอนุสัญญา CAT ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่อยู่ในความห่วงใย
เกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคณะกรรมการประจ�ากติกา ICCPR ได้มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย
เมื่อเดือนเมษายน 2560 ว่า รัฐภาคีควรสืบสวนกรณีมีรายงานหรือมีการร้องเรียนว่ามีการกระท�าทรมานโดยเร็ว การประเมินสถานการณ์
และเป็นกลาง ให้การเยียวยาแก่ผู้เสียหายและประกันว่าจะไม่เกิดการกระท�ารุนแรงซ�้าอีก แก้ไขพระราชบัญญัติ
กฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 พระราชก�าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ให้สอดคล้องตามกติกาฯ และน�าไปสู่การยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้
คณะกรรมการประจ�ากติกา ICESCR มีข้อเสนอแนะเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ว่า รัฐภาคีควรใช้มาตรการ
ที่จ�าเป็นเพื่อประกันว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่กระทบต่อการใช้สิทธิที่ได้รับรองไว้ในกติกานี้
ควรให้การคุ้มครองครู บุคลากรทางการแพทย์จากการถูกโจมตี และประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา
และบริการสาธารณสุข ส่วนคณะกรรมการประจ�าอนุสัญญา CAT มีข้อเสนอแนะต่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ของ
ประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ว่า รัฐภาคีควรก�าหนดเรื่องการห้ามทรมานไว้ในกฎหมาย และก�าหนดว่า
ไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ภาวะสงคราม หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะใดที่ยกขึ้นเป็นข้ออ้างส�าหรับการทรมาน ประเมิน
ความจ�าเป็นในการใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งควรใช้อย่างจ�ากัดและเฉพาะในสถานการณ์
ที่มีความจ�าเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น
ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะ
ต่อประเด็นสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนความจ�าเป็นในการใช้กฎหมาย
ความมั่นคงในพื้นที่และควรมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนไปใช้กฎหมายความมั่นคงที่กระทบสิทธิและเสรีภาพของ
ประชาชนน้อยที่สุด เจ้าหน้าที่รัฐควรปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวตามหลักสิทธิมนุษยชน เช่น มีบันทึกตรวจร่างกาย

