Page 183 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 183

ช่องว่างทางกติกาในการคุ้มครองแรงงานฯ ตามมาตรฐานของต่างประเทศ


                       เพื่อยกระดับการปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติ นอกเหนือจากการพิจารณาจากหลักการสิทธิมนุษยชน

               สากล ซึ่งมักจะกำหนดเป็นหลักการกว้างๆ ให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม คณะผู้วิจัยจึงได้

               ทำการรวมรวมรายละเอียดของกฎหมาย/มาตรการในการคุ้มครองแรงงานของประเทศผู้ผลิตชั้นนำใน
               อุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลก เพื่อวิเคราะห์และเทียบกับกฎหมาย/มาตรการในการคุ้มครองแรงงานของไทย โดย

               เลือกที่จะศึกษาในกรณีของประเทศบราซิล เยอรมนี และสวีเดน (กรณีของสวีเดน ถึงแม้จะไม่ได้มีขนาดของ

               อุตสาหกรรมที่ใหญ่นัก แต่ก็เป็นประเทศที่นำเข้าสัตว์ปีกจากไทยในสัดส่วนที่สูง และที่ผ่านมาก็มีรายงาน
               การศึกษาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าสัตว์ปีกไทยที่ส่งออกไปยังสวีเดน)

                       จากการประเมินผลคะแนนด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Scores: HRI) ดัชนีความเปราะบาง

               ของประเทศ (Fragile States Index: FSI)  และผลการประเมินจากรายงานเสรีภาพโลก (Freedom in the
               World: FIW) พบว่าไทยได้รับการประเมินในระดับที่ต่ำกว่าบราซิล เยอรมนี และสวีเดนในทั้ง 3 การประเมิน

               จึงพอจะสะท้อนภาพรวมได้ว่าไทยยังมีระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ยังต่ำกว่าทั้ง 3 ประเทศคู่แข่ง

                       เมื่อพิจารณารายละเอียดบริบทของแต่ละประเทศ จะพบว่าทั้ง 4 ประเทศมีปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่าง
               กันอย่างมาก โดยเยอรมนีและสวีเดนเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงกว่าบราซิลและไทยมาก โดยมีระดับ

               รายได้ต่อหัวที่สูงกว่ามาก และพึ่งพารายได้จากภาคเกษตรและมีแรงงานในภาคเกษตรในระดับที่ต่ำ

                       ไทยและบราซิลมีปัญหาด้านแรงงานที่ตรงข้ามกัน คือไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่บราซิล
               ประสบปัญหาการว่างงาน ทั้งนี้ บราซิลเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากและประชากรกว่าร้อยละ 12 มี

               ปัญหาไม่มีงานทำ ซึ่งต่างจากไทยที่มีอัตราการว่างงานเพียงร้อยละ 1.3 ส่งผลให้ประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติ

               เข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่บราซิลเป็นประเทศที่ส่งออกแรงงานมากกว่านำเข้าแรงงาน
                       อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าไทยมีแรงงานอยู่ในภาคเกษตรสูงถึงร้อยละ 31 ของจำนวนแรงงาน

               รวม แต่มีรายได้จากภาคเกษตรเพียงร้อยละ 8.1 ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานในภาคเกษตรไทย

               มีรายได้เฉลี่ยที่ต่ำกว่าแรงงานนอกภาคเกษตรมาก และความแตกต่างของรายได้ระหว่างแรงงานในและนอก
               ภาคเกษตรของไทยเป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยแตกต่างจากอีก 3 ประเทศมาก โดยทั้ง 3 ประเทศมีสัดส่วนรายได้

               ของแต่ละภาคการผลิตที่สอดคล้องกับสัดส่วนของกำลังแรงงานที่อยู่ในแต่ละภาคการผลิตนั้นๆ

                       นอกจากนี้ แม้ว่าไทยจะมีอัตราการว่างงานต่ำกว่าทั้ง 3 ประเทศ โดยเฉพาะบราซิลที่มีอัตราการ
               ว่างงานที่สูงมาก แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่แรงงานจำนวนมากประกอบอาชีพชาวนา (จากข้อมูลสำรวจ

               แรงงานของสำนักงานสถิติในปี 2561 ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ตรงกับฤดูกาลทำนา พบว่าแรงงานไทย

               ประกอบอาชีพทำนานับเป็นประมาณร้อยละ 13.95 ของกำลังแรงงานรวม) ซึ่งเมื่ออยู่นอกฤดูทำนาแรงงาน
               กลุ่มนี้จะหันไปประกอบอาชีพอื่น และถึงแม้ในกรณีที่ไม่ทำงานอื่นใด แรงงานกลุ่มนี้ก็จะไม่ถูกนับว่าเป็นกลุ่ม

               คนที่ว่างงาน เพราะจะถูกนับเป็น “แรงงานรอฤดูกาล” ตามนิยามของกระทรวงแรงงาน





               ร่างรายงานขั้นสุดท้าย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย                      หน้าที่ 165 | 180
   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188