Page 96 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 96

91





                                   กรมราชทัณฑ์ควรน�าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารมาใช้ประโยชน์
                                   ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับระบบการติดต่อสื่อสารของผู้ต้องขังกับบุคคล ภายนอกเรือนจ�า

                                   แบบเดิม อาทิ การมีนโยบายอนุญาตให้เรือนจ�าทุกแห่งรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
                                   (e-mail) ให้แก่ผู้ต้องขังได้นั้น ถือเป็นตัวอย่างวิธีการที่ดีช่องทางหนึ่ง ซึ่งควรประชาสัมพันธ์  รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับผู้ต้องขังทาง e-mail นี้ให้มากขึ้น รวมทั้งนอกจากการรับ-ส่ง
                                   e-mail ในรูปแบบของข้อมูลตัวอักษร (text file) แล้ว อาจพิจารณานโยบายสนับสนุนให้     ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑

                                   เรือนจ�าทุกแห่งสามารถรับ-ส่ง e-mail ให้แก่ผู้ต้องขังในรูปแบบของข้อมูลรูปภาพ (graphic
                                   file) เช่น ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ภาพถ่ายของครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนที่ส่งมาให้
                                   ผู้ต้องขัง เป็นต้น ดังตัวอย่างจากการด�าเนินการของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทั้งนี้
                                   การน�าเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ ช่วยสร้างความสะดวกในการด�าเนินงานของ

                                   เจ้าหน้าที่เรือนจ�าด้วย อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ต้องขัง
                                   บางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ถูกจ�าคุกในเรือนจ�าที่ห่างไกลจากภูมิล�าเนาดั้งเดิมของตน
                                   หรือในกรณีที่ญาติหรือเพื่อนของผู้ต้องขังมีความยากล�าบากในการเดินทางไปยังเรือนจ�า
                                   ที่ผู้ต้องขังดังกล่าวถูกจ�าคุกอยู่




                           ๖.      กรณีกล่าวอ้างว่าเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาถูกครูใช้ไม้เรียวท�าโทษเกินกว่าเหตุ
                                   (รายงานฯ ที่ ๒๒๘/๒๕๖๑) กรณีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาถูกครูใช้ไม้เรียวท�าโทษ
                          เรื่อง   ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มี ๒ กรณี ดังนี้


                                       กรณีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ มารดาของเด็กหญิง ข (นามสมมติ)
                                   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี โพสต์ภาพในสื่อสังคม
                                                                                                                   ๒
                                   ออนไลน์ว่า บุตรของตนถูกครูใช้ไม้เรียวตีที่ก้นจนเกิดการเขียวช�้าอย่างเห็นได้ชัด มีอาการ  บทที่
                                   ปวดระบม หวาดกลัว และร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากลืมอ่านหนังสือ จึงอ่านไม่ทันเพื่อน ครู

                                   จึงเรียกออกมาหน้าชั้นเรียนและตีโดยใช้ไม้เรียวขนาดใหญ่พันผ้าเทป ซึ่งเด็กหญิง ข ยืนยัน
                                   ว่าไม่อยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมอีก ส�านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี
                                   เขต ๑ ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากโรงเรียนที่เกิดเหตุทราบว่า ครูคนดังกล่าวเป็นข้าราชการ
                                   ครูบ�านาญและมาช่วยสอนที่โรงเรียนเป็นเวลาหลายปี โดยครูคนดังกล่าวให้การว่าขณะครู

                                   ท�าการสอน เด็กยังเล่นอยู่ เมื่อห้ามไม่ฟังจึงลงโทษด้วยการใช้ไม้เรียวตี โดยส�านักงานเขต
                                   พื้นที่การศึกษาฯ ได้ก�าชับโรงเรียนว่าห้ามลงโทษเด็กด้วยการเฆี่ยนตีโดยเด็ดขาด ให้เพียง
                                   ว่ากล่าวตักเตือน ท�าทัณฑ์บน ตัดคะแนน หรือให้ท�ากิจกรรมเท่านั้น

                                       กรณีที่ ๒ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ มารดาของเด็กชาย ก (นามสมมติ) นักเรียนชั้น  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
                                   ประถมศึกษาปีที่ ๑ ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ โพสต์ภาพในสื่อสังคมออนไลน์
                                   ว่า บุตรของตนถูกครูประจ�าชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ใช้ก้านไม้ล�าดวนท�าโทษโดยการตีที่   ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   ด้านหลังและแขนจนเป็นรอยฟกช�้าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเด็กชาย ก หยิบปากกาจากโต๊ะ

                                   ครูไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กชาย ก และผู้ปกครองเพื่อประเมิน
                                   สภาพจิตใจของเด็ก เบื้องต้นส�านักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้มอบเงินท�าขวัญ จ�านวน
                                   ๓,๐๐๐ บาท บ้านพักเด็กฯ มอบเงินสงเคราะห์เด็ก จ�านวน ๑,๐๐๐ บาท และส�านักงาน

                                   พัฒนาสังคมฯ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จ�านวน ๑ ชุด และจะพิจารณาช่วยเหลือเงิน
   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100   101