Page 94 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 94
89
๔. กรณีกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านพักและน�าตัวไปควบคุมเพื่อซักถามข้อเท็จจริง
โดยมิชอบ รวมทั้งมีการข่มขู่และท�าร้ายร่างกายในระหว่างการซักถาม (รายงานฯ ที่
เรื่อง ๒๒๐/๒๕๖๑) ผู้ร้องทั้งสี่ได้ร้องเรียนต่อ กสม. กล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙
เวลากลางคืนต่อเนื่องถึงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ขณะที่ผู้ร้องทั้งสี่ บิดาเลี้ยงและมารดา รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
น้องชาย และน้องสาว และญาติของผู้ร้องที่ ๑ รวม ๑๐ คน ก�าลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก
ผู้ถูกร้องที่ ๒ แต่งกายนอกเครื่องแบบไม่ทราบจ�านวน และผู้ถูกร้องที่ ๓ ประมาณ ๕ นาย ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
เข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลภายในบ้าน โดยกล่าวหาว่าบิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้อง
ที่ ๑ ร่วมกันฆ่าและอ�าพรางศพนาย ค ผู้ถูกร้องที่ ๒ และที่ ๓ ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งสอง
พร้อมด้วยบุคคลภายในบ้านอีกจ�านวน ๕ คน ไปยังกองบังคับการต�ารวจนครบาล ๓ ซึ่งเป็น
ที่ท�าการของผู้ถูกร้องที่ ๑ นอกจากนี้ ผู้ถูกร้องที่ ๒ และที่ ๓ ยังได้ยึดโทรศัพท์มือถือ
และเอกสารส�าคัญหลายอย่างของกลุ่มผู้ร้องและบุคคลภายในบ้านไว้ด้วย เมื่อไปถึง
กองบังคับการต�ารวจนครบาล ๓ ผู้ถูกร้องที่ ๒ ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งเจ็ดไว้ในห้องทึบ
และในคืนดังกล่าวผู้ถูกร้องที่ ๒ ก็ได้เรียกแต่ละคนมาท�าการสอบสวนผลัดเปลี่ยนกันไป
ในระหว่างการสอบสวน ผู้ถูกร้องที่ ๒ ข่มขู่และท�าร้ายร่างกายผู้ถูกสอบสวนเพื่อกล่าวหา
บิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้องที่ ๑ ว่าร่วมกันฆ่าและอ�าพรางศพนาย ค ต่อมาในช่วงเช้า
ของวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ผู้ร้องที่ ๑ และญาติได้ขอเข้าเยี่ยมบุคคลที่ถูกควบคุมตัว
ทั้งหมด แต่ผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒ อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เฉพาะมารดาของผู้ร้องที่ ๑ จากการ
สอบถามมารดา แจ้งว่า ผู้ถูกร้องที่ ๒ ท�าร้ายร่างกายบิดาเลี้ยงของผู้ร้องที่ ๑ และบุคคลอื่น
ในระหว่างการสอบสวนเพื่อข่มขู่ให้ยอมรับสารภาพ หลังจากนั้นวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ผู้ร้องที่ ๑ พร้อมญาติได้เข้าเยี่ยมบุคคลทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒
อนุญาตให้พบทั้งบิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้องที่ ๑ โดยมารดายังคงยืนยันว่าบิดาเลี้ยง
๒
ของผู้ร้องที่ ๑ ถูกท�าร้ายร่างกาย ผู้ร้องที่ ๑ สังเกตเห็นบิดาเลี้ยงมีอาการซึมเศร้าและบวม บทที่
ที่บริเวณใบหน้า ในวันดังกล่าวผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒ ได้ย้ายบิดาเลี้ยงและมารดาของ
ผู้ร้องที่ ๑ ไปควบคุมตัวที่สถานีต�ารวจนครบาลมีนบุรี จากนั้นบิดาและมารดาของ
ผู้ร้องที่ ๒ ได้เดินทางมาเยี่ยมและเจรจากับผู้ถูกร้องที่ ๒ เพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ร้องที่ ๒
ที่ ๓ และที่ ๔ เนื่องจากผู้ร้องทั้งสามเป็นเยาวชน และเห็นว่าการควบคุมดังกล่าวเป็นการกระท�า
ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังไม่มีการออกหมายจับโดยศาล ผู้ถูกร้องที่ ๒ จึงยินยอมปล่อยตัว
ผู้ร้องที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ พร้อมด้วยนายหนึ่ง รวม ๔ คน ผู้ร้องทั้งสี่เห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งสามกระท�า
การโดยมิชอบ จึงขอให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ กสม. พิจารณาแล้วมีมติว่าการกระท�าของผู้ถูกร้อง
ทั้งสามเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสม
ในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีข้อเสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ (๑) และ (๓) และพระราชบัญญัติ ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖
(๑) และ (๓) ประกอบมาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๒
ข้อเสนอแนะ ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ กองบังคับการต�ารวจนครบาล ๓ สถานีต�ารวจนครบาลมีนบุรี /
กองทัพบก และกองทัพภาคที่ ๑ ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓

