Page 93 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 93

88



      รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  โดยเรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช ชี้แจงข้อเท็จจริง สรุปได้ว่า เรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช


                                   ได้รับตัวไว้คุมขังไว้ที่แดน ๖/๒ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๙ บุตรชายของผู้ร้องมีอาการบวม

                                   ที่แขนและขา ได้ขออนุญาตออกจากแดนเพื่อไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลของเรือนจ�า
                                   ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ บุตรชายของผู้ร้องได้มีบันทึกขออนุญาตออกไป
        ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
                                   สถานพยาบาลเรือนจ�าอีกครั้งเพื่อขอพบแพทย์ เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ออกไปตรวจดูอาการ
                                   และสถานพยาบาลได้รับตัวไว้เพื่อดูอาการ จากนั้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ เจ้าหน้าที่
                                   ผู้ควบคุมดูแลผู้ต้องขังป่วยเห็นว่าบุตรชายของผู้ร้องมีอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งช่องท้อง

                                   หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จึงได้รีบแจ้งให้พยาบาลเรือนจ�ามาตรวจ
                                   ดูอาการ ในระหว่างรอพยาบาลเรือนจ�ามาตรวจดูอาการ บุตรชายของผู้ร้องได้เสียชีวิต
                                   ในเวลาประมาณ ๐๕.๔๕ นาฬิกา หลังจากบุตรชายของผู้ร้องเสียชีวิต เรือนจ�ากลาง

                                   นครศรีธรรมราชได้แจ้งพนักงานสอบสวนมาท�าการชันสูตรศพ โดยพนักงานสอบสวน
                                   ได้น�าคณะกรรมการเข้าท�าการชันสูตรศพและได้น�าญาติของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมในการ
                                   ชันสูตรศพ จ�านวน ๒ คน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ เรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช
                                   ได้แต่งตั้งคณะกรรมการท�าการสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของบุตรชายของผู้ร้อง กรณี
                                   มีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่า กสม. สามารถใช้อ�านาจในการตรวจสอบกรณีบุตรชายของผู้ร้อง

                                   เสียชีวิตที่เรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราชหรือไม่  โดยเป็นค�าร้องที่ประสงค์ให้ กสม. ตรวจสอบ
                                   เหตุแห่งการเสียชีวิตของบุตรชายของผู้ร้องในขณะที่อยู่ในความควบคุมของผู้ถูกร้อง อันเป็น
                                   หน้าที่ของศาลยุติธรรมซึ่งมีกระบวนการพิจารณาและตรวจสอบข้อเท็จจริง อันเป็นหลัก

                                   ประกันในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน
                                   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ วรรคห้า  อยู่แล้ว กสม. จึงไม่อาจ
                                   ใช้อ�านาจในการพิจารณาปัญหานี้แทนศาลยุติธรรมได้ เห็นควรยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม
                                   จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า บุตรชายของผู้ร้องเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ แต่จนถึง
                                   วันที่จัดท�ารายงานผลการตรวจสอบนี้ พนักงานสอบสวน สถานีต�ารวจภูธรพระพรหม

                                   ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในพื้นที่เกิดเหตุ ยังจัดท�าส�านวนชันสูตรพลิกศพ
                                   ไม่แล้วเสร็จ อันถือว่าเป็นการใช้ระยะเวลาเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติและค�าสั่งได้ก�าหนดไว้
                                   การใช้ระยะเวลาการสอบสวนส�านวนชันสูตรพลิกศพที่นานเกินสมควรนี้ ย่อมมีผลกระทบ

                                   โดยตรงต่อการพิจารณาของศาลในการไต่สวนเพื่อให้ทราบถึงเหตุและพฤติการณ์ที่บุตรชาย
                                   ของผู้ร้องเสียชีวิต จึงมีมติให้ยุติเรื่องและมีข้อเสนอแนะไปยังส�านักงานต�ารวจแห่งชาติและ
                                   ส�านักงานอัยการสูงสุดต่อไป



                     ข้อเสนอแนะ    ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติและส�านักงานอัยการสูงสุด

                                       ให้พิจารณาเร่งรัดการด�าเนินการของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในเรื่องนี้
                                   ให้เป็นไปตามกฎหมายและค�าสั่งที่เกี่ยวข้องให้รวดเร็ว ตลอดจนให้พิจารณาก�าหนด
                                   มาตรการในการเร่งรัดหรือป้องกันการเกิดกรณีพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ

                                   ใช้ระยะเวลาเกินสมควรในการท�าส�านวนชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
                                   ความอาญา มาตรา ๑๕๐ ต่อไป
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98