Page 91 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 91

86



      รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑  ข้อเสนอแนะ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม




                                       ควรเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาการใช้กระบวนการฟ้องร้องด�าเนินคดีเพื่อตอบโต้
                                   การท�างานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงอาจหารือร่วมกับองค์กรอื่น ๆ โดยเฉพาะ
                                   คณะรัฐมนตรี และองค์กรนิติบัญญัติในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกัน
                                   ปัญหาการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หรือการบัญญัติกฎหมายฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาในการป้องกัน



                                   กระทรวงยุติธรรม

                                     การด�าเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชน
                                       ควรด�าเนินการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์
                                   วิธีการ และเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ�าเลย พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยการยกเลิก
                                   ข้อความที่ให้อ�านาจคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือค�านึงถึงสาเหตุหรือพฤติการณ์ของ

                                   ผู้ยื่นค�าร้องว่าเป็นผู้ที่น่าเชื่อว่ามิได้กระท�าความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่
                                       กองทุนยุติธรรม การก�าหนดนโยบายหรือแผนงานการออกระเบียบหรือประกาศ และ

                                   การพิจารณาค�าขอรับความช่วยเหลือคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม คณะอนุกรรมการให้
                                   ความช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกองทุนฯ ควรค�านึงถึงความเดือดร้อนของนักปกป้อง
                                   สิทธิมนุษยชนที่ต้องรับภาระในการต่อสู้คดีประกอบด้วยเสมอ เพื่อยังผลให้นักปกป้อง
                                   สิทธิมนุษยชนสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างแท้จริง




                           ๒.      กรณีกล่าวอ้างว่าถูกด�าเนินคดีและถอนประกันโดยไม่เป็นธรรม (รายงานฯ ที่  ๓๒/๒๕๖๑)
                                   ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. กล่าวอ้างว่า นาย ก. บุตรของผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี
                          เรื่อง   ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�า
                                   ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปฏิบัติของ

                                   เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกระบวนการยุติธรรม ดังนี้
                                   ๑)  ผู้ถูกร้องที่ ๑ ได้จับกุมบุตรของผู้ร้อง และยึดโทรศัพท์มือถือของบุตรผู้ร้อง โดยไม่ได้

                                   แจ้งสถานที่ที่ใช้ในการควบคุมตัวเพื่อการสอบสวน รวมถึงได้พยายามแต่งตั้งทนายความ
                                   ให้แก่บุตรของผู้ร้องทั้งที่บุตรของผู้ร้องมีทนายความส่วนตัวอยู่แล้ว
                                   ๒)  ผู้ถูกร้องที่ ๒ มีค�าสั่งเพิกถอนสัญญาประกันตัวบุตรของผู้ร้อง ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้อง

                                   ตามเงื่อนไขของกฎหมาย และได้ด�าเนินกระบวนพิจารณาค�าร้องขอฝากขังบุตรของผู้ร้อง
                                   โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงได้ยกค�าร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยอ้างเหตุผลที่ไม่สัมพันธ์
                                   กับข้อเท็จจริง

                                   ๓)  ในการเบิกตัวบุตรของผู้ร้องไปศาลแต่ละครั้ง บุตรของผู้ร้องต้องถูกพันธนาการด้วย
                                   โซ่ตรวน ที่มีระบบการล็อคสองชั้น ในขณะที่การน�าตัวกลับเข้าเรือนจ�าจะต้องถูกเจ้าหน้าที่
                                   ผู้ถูกร้องที่ ๓ ตรวจค้นร่างกาย ด้วยการให้บุตรของผู้ร้องถอดเสื้อผ้า กางแขน และโก้งโค้ง

                                   ล�าตัวเพื่อให้ตรวจภายในช่องทวารหนัก  ผู้ร้องเห็นว่าการกระท�าดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ใน
                                   กระบวนการยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ กสม. พิจารณา
                                   แล้วเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องที่ ๓ ใช้เครื่องพันธนาการประเภทกุญแจเท้ากับบุตร
   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95   96