Page 92 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 92
87
ของผู้ร้อง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงมีมติให้เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการ
ป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ
คุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา
๒๔๗ (๑) และ (๓) เพื่อด�าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ข้อเสนอแนะ ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติควรก�าชับให้เจ้าหน้าที่ต�ารวจผู้ปฏิบัติงานทั้งในขั้นตอนของ
การจับกุมและการสอบสวน ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่าง
เคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ดุลพินิจที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหา ไม่
ว่าจะเป็นการแจ้งและการจัดให้ผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหาได้รับสิทธิต่าง ๆ อันรวมถึงสิทธิที่
จะได้รับการปล่อยชั่วคราว ดังที่ระบุไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิด
สิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกจับกุม อันจะส่งผลเสียหายต่อหน้าที่ของรัฐในการอ�านวยความ
ยุติธรรม
กรมราชทัณฑ์และทัณฑสถานบ�าบัดพิเศษขอนแก่น
(๑) ทัณฑสถานบ�าบัดพิเศษขอนแก่น ต้องก�าชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดในการพิจารณาใช้
เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก
(๒) กรมราชทัณฑ์ควรก�าชับให้เรือนจ�าและทัณฑสถานทุกแห่งด�าเนินการตรวจค้นตัว
ผู้ต้องขังโดยค�านึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และควรแสวงหามาตรการอื่นที่เหมาะสม เช่น
การใช้เครื่องตรวจค้นร่างกาย หรือ Body Scan มาใช้แทนการตรวจค้นตัวผู้ต้องขัง บทที่
๒
ในลักษณะเช่นเดิม
การด�าเนินการ ทัณฑสถานบ�าบัดพิเศษขอนแก่น แจ้งว่า ได้ก�าหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว โดยได้ออกค�าสั่ง เรื่อง ก�าหนดพัศดี
ผู้มีอ�านาจสั่งให้ใช้เครื่องพันธนาการและสั่งเพิกถอนค�าสั่งให้ใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง
และแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการใช้เครื่องพันธนาการและถอดถอนเครื่องพันธนาการ
แก่ผู้ต้องขัง
๓. กรณีบุตรชาย เสียชีวิตในเรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช (รายงานฯ ที่ ๑๔๕/๒๕๖๑) ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. กล่าวอ้างว่า นาย ข. บุตรชายของผู้ร้องเป็นจ�าเลยในคดีร่วมกัน
เรื่อง ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระท�าการตามหน้าที่โดยไตร่ตรอง ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ไว้ก่อน และถูกขังไว้ระหว่างฎีกาที่เรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม
๒๕๕๙ ผู้ร้องได้รับแจ้งจากผู้ถูกร้องว่าบุตรชายของผู้ร้องเสียชีวิตเนื่องจากอาการเจ็บหน้าอก
ผู้ร้องจึงติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องในการควบคุมดูแลบุตรชายของผู้ร้อง โดยเฉพาะ
กรณีการรักษาพยาบาลแก่บุตรชายของผู้ร้องขณะอยู่ในเรือนจ�ากลางนครศรีธรรมราช

