Page 86 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 86

81





                                   ให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพพิจารณาดำาเนินการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา
                                   พ.ศ. ๒๕๔๖ ทั้งนี้ หากพยานในคดีค้ามนุษย์ที่เป็นคนต่างด้าวมีความประสงค์จะทำางาน
                                   กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะให้ความช่วยเหลือ ดูแล หรือคุ้มครอง โดยคำานึงถึงหลักมนุษยธรรม

                                   และพิจารณาความเหมาะสมแล้วนำาหลักฐานการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ                 รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   ดังกล่าวไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการทำางานของคนต่างด้าว
                                   เพื่อขอรับใบอนุญาตทำางานตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำาหนด ตามประกาศ        ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
                                   กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งเป็นพยานที่สืบพยานก่อนการ
                                   ฟ้องคดี หรือระหว่างการดำาเนินคดีกับผู้กระทำาความผิด ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและ
                                   ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ และกรมคุ้มครอง
                                   สิทธิฯ จะดำาเนินการติดตามสภาพความเป็นอยู่ สภาพการทำางานของพยานในคดีค้ามนุษย์
                                   ต่อไป

                                   ๔. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แจ้งผลดำาเนินการว่า ได้จัด
                                   นักสังคมสงเคราะห์ร่วมสัมภาษณ์เพื่อการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เบื้องต้น
                                   ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ณ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ผลการคัดแยกหญิงทั้งหมด
                                   ๑๒๑ ราย พบว่าเป็นผู้เสียหายจากคดีค้ามนุษย์ จำานวน ๑๕ ราย (ชาวไทย ๓ ราย และ
                                   เมียนมา ๑๒ ราย) ส่วนอีก ๑๐๖ ราย ไม่ใช่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และเมื่อวันที่ ๘

                                   มิถุนายน ๒๕๕๙ เจ้าหน้าที่ตำารวจสถานีตำารวจห้วยขวาง และกรมการปกครองได้นำาส่ง
                                   ผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ทั้ง ๑๕ ราย เข้ารับการคุ้มครองที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ
                                   ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ) จังหวัดนนทบุรี และกระทรวงฯ ได้ให้การ
                                   ช่วยเหลือ คุ้มครอง ฟื้นฟู เยียวยาด้านร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งฝึกอาชีพให้กับผู้เสียหาย
                                   กลุ่มดังกล่าว โดยไม่เลือกปฏิบัติ คำานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักสิทธิมนุษยชน และ
                                   เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๐ ได้ประสานกับประเทศต้นทางเพื่อส่งผู้เสียหายชาวเมียนมา   บทที่
                                                                                                                   2
                                   ส่วนผู้เสียหายชาวไทยได้ดำาเนินการส่งกลับภูมิลำาเนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำาหรับการขอ
                                   อนุญาตให้ผู้เสียหายอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
                                   เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำาพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษสำาหรับ

                                   ผู้เสียหายจากการกระทำาผิดฐานค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ๓) กระทรวงฯ ได้มีการประสานไปยัง
                                   กรมการปกครองแทนผู้เสียหายทุกรายที่เข้ามาอยู่ในความคุ้มครองของสถานคุ้มครอง
                                   สวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ภายใต้สังกัดของกระทรวงฯ รวมถึงผู้เสียหายทั้ง
                                   ๑๕ รายจากคดีตามคำาร้องเรียนด้วย กรณีพยานที่ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์
                                   ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งเป็นพยานที่สืบพยาน
                                   ก่อนการฟ้องคดีหรือระหว่างการดำาเนินคดีกับผู้กระทำาความผิด ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและ
                                   ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้วางหลักว่า การขออยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณี        ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗

                                   พิเศษให้เป็นอำานาจของสำานักงานตำารวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา และประสานไปยังกรม
                                   การปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรครั้งละไม่เกิน ๑ ปี    ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   และหากประสงค์จะทำางานให้สำานักงานตำารวจแห่งชาติหรือกระทรวงยุติธรรมแล้วแต่กรณี
                                   ประสานไปยังกรมการจัดหางาน เพื่ออนุญาตให้บุคคลดังกล่าวสามารถทำางานได้


                                   ที่มา : กลุ่มงานติดตามและสารบบสำานวน สำานักงาน กสม. (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑)
   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91