Page 102 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 102
97
(๙) ควรระบุหลักการส�าคัญที่จะประกันว่าการลงนามในสนธิสัญญาด้านการค้าระหว่าง
ประเทศของไทยจะไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชน
(๑๐) ควรระบุแผนงานและรายละเอียดในการเพิ่มศักยภาพ ความรู้ การแก้ไขปัญหา
ความไม่เท่าเทียมกัน รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง
(๑๑) ควรระบุถึงแผนการ มาตรการ แนวทาง และวิธีการการแก้ไขปัญหาช่องว่าง ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ทางกฎหมายและกระบวนการทางปกครองที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการ
ยุติธรรม
(๑๒) ควรระบุถึงกลไกการเยียวยานอกกระบวนการยุติธรรมของรัฐ และกฎหมายว่าด้วย
การเยียวยานอกกระบวนการยุติธรรม กลไกการร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรม
ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
การด�าเนินการ คณะรัฐมนตรี
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๑ รับทราบสรุปผลการพิจารณาด�าเนินการ
ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้น�าเสนอ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เป็นหน่วยงานหลักในการจัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณา
ด�าเนินการตามข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ของ กสม. มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของ กสม. ทั้ง ๑๒ ประเด็น ซึ่งครอบคลุมการจัดท�า
นโยบายว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน การน�านโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยค�านึงถึงปัญหา
อุปสรรคและข้อท้าทายการก�าหนดให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้น�าในการส่งเสริมการท�าธุรกิจ
๒
ที่เคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาช่องว่างทางกฎหมายและ บทที่
กระบวนการปกครองที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การมีกลไกเยียวยา
และร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรมของรัฐที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์
ได้เสนอให้ส่งรายงานสรุปผลการพิจารณาข้างต้นให้กระทรวงยุติธรรมเพื่อน�าไปประกอบการ
จัดท�าแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศต่อไป
๑๐. กรณีการก�าหนดเขตพื้นที่ในการท�ากิน การอยู่อาศัย และการด�าเนินวิถีชีวิตของกลุ่ม
ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยาน
เรื่อง แห่งชาติ (ข้อเสนอแนะฯ ที่ ๓/๒๕๖๑) กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจ�านวนมาก กรณีกล่าวอ้างว่า
กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมซึ่งอยู่อาศัยบนพื้นที่สูงของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ในหลายพื้นที่มาก่อน ได้รับผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และ
ประสบปัญหาขาดแคลนพื้นที่ท�ากิน สืบเนื่องจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติและ ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เขตอุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับที่อยู่อาศัยและที่ท�ากินของชุมชน จนน�าไปสู่การจับกุม ไล่รื้อ
ท�าลายทรัพย์สิน และด�าเนินคดีในชั้นศาล โดยเจ้าหน้าที่ด�าเนินการไม่สอดคล้องกับมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่อง แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟู
วิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นนโยบายในการประกันสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมดังกล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ไม่มีการด�าเนินการเพื่อพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินก่อน ทั้งนี้ กสม.

