Page 546 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 546
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
แนวทางที่สอง เพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางประการในรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมกับสภาพ
ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามแนวทางของกฎหมายต่างประเทศ เช่น ประวัติอาชญากรรม รวมทั้งอาจจ�าต้องมีการตรากฎหมาย
ล�าดับรองเป็นการเฉพาะส�าหรับการห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุนี้ เช่น แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองแรงงานโดยการ
เลือกปฏิบัติด้วยเหตุดังกล่าว
๕.๒.๑ ข้อเสนอแนะในภาพรวม
นอกจากข้อเสนอแนะในภาพรวมเกี่ยวกับการมีกฎหมายกลางส�าหรับการเลือกปฏิบัติในมิติต่าง ๆ และ
ที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ แล้ว ในประเด็นเฉพาะของการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ ดังวิเคราะห์ในบทที่ ๔
มีหลายประเด็นที่มีข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะในบริบทของสถานการณ์และข้อเท็จจริงประเด็นนั้น ๆ
๑
กรณีการเลือกปฏิบัติในมิติของสินค้า บริการ ในภาคเอกชน
เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการให้บริการ ผู้ประกอบการจ�าหน่ายสินค้า ให้เห็นความส�าคัญ
ถึงการให้บริการอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ เปลี่ยนแปลงทัศนคติทางลบที่มีต่อบุคคลที่แตกต่างกันด้วย
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
๒
กรณีประวัติอาชญากรรมที่น�ามาใช้ในบริบทของการจ้างงาน
มีข้อเสนอให้ก�าหนด “ประวัติอาชญากรรม” เป็นเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติประการหนึ่งโดยเฉพาะในมิติของ
การจ้างแรงงานและการประกอบอาชีพ โดยอาจก�าหนดเหตุดังกล่าวไว้ในกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติอันเป็นกฎหมาย
กลาง ซึ่งมีขอบเขตใช้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนดังเช่นกฎหมายออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิด
ความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับลักษณะงาน จึงควรก�าหนดข้อยกเว้นให้มีการปฏิบัติที่แตกต่างได้ หากประวัติ
อาชญากรรมนั้นเกี่ยวข้องกับ “คุณสมบัติอันเป็นสาระส�าคัญของงาน” (Inherent Requirement Exception) ซึ่ง
ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
ส�าหรับในกรอบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น จากตัวอย่าง
ค�าร้องและการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดังที่วิเคราะห์มาแล้ว พบว่า แม้คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการน�าหลักการต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณา เช่น การจ�าแนกกลุ่มกฎหมายที่ก�าหนด
คุณสมบัติการท�างานภาครัฐเป็น ๓ กลุ่ม เป็นต้น ซึ่งสามารถคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติได้ระดับหนึ่ง แต่แนววินิจฉัย
ดังกล่าวมุ่งเน้น “สิทธิในการประกอบอาชีพ” มากกว่าการวินิจฉัยตามหลักกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยัง
ไม่พบว่ามีการน�าหลัก “คุณสมบัติอันจ�าเป็นที่เกี่ยวข้องกับงาน” มาเป็นปัจจัยประกอบการพิจารณา จึงเสนอให้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาน�าหลักการดังกล่าวมาประกอบการตรวจสอบการเลือกปฎิบัติใน
บริบทการจ้างแรงงาน ซึ่งหลักนี้อาจน�าไปใช้ในกรณีการเลือกปฎิบัติในบริบทการจ้างแรงงานด้วยเหตุอื่น ๆ ตาม
กฎหมายสิทธิมนุษยชน เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ฯลฯ อีกด้วย
545

