Page 547 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 547
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
๓
กรณีการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech)
ในบริบทของกฎหมายสิทธิมนุษยชนแล้ว พบว่า การสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุ
แห่งการเลือกปฏิบัติ เป็นการกระท�าที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยในกฎหมายต่างประเทศมีการก�าหนดคุ้มครอง
กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลอันจัดอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
เช่น เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา ความเชื่อ รสนิยมทางเพศ ส�าหรับการก�าหนดหลักการเกี่ยวกับ “Hate Speech” ใน
กฎหมายของไทยนั้น จากการศึกษากฎหมายไทยปัจจุบัน ทั้งในส่วนของกฎหมายอาญา กฎหมายเฉพาะช่องทางการ
สื่อสาร เช่น การสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า มิได้ก�าหนดหลักกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับ “Hate Speech”
โดยค�านึงถึงองค์ประกอบด้าน “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” แม้ว่าบางกรณีของ “Hate Speech” อาจปรับใช้
กฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาท หรือความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ได้ แต่ก็ไม่ครอบคลุมการกระท�าลักษณะดังกล่าวทั้งหมด ทั้งนี้ เนื่องจากองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายอาญา
ที่ไม่ครอบคลุมถึง “Hate Speech” นั้นสะท้อนถึงหลักการและแนวคิดการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจาก “Hate
Speech” ซึ่งมีความแตกต่างจากหลักแนวคิดและหลักการของกฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาท กล่าวคือ แนวคิด
การคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจาก “Hate Speech” นั้น มีความสัมพันธ์สืบเนื่องมาจากหลักของการคุ้มครอง
“เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหลักการและแนวคิดแตกต่างจากการก�าหนด
ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญาซึ่งมุ่งเน้นการคุ้มครองชื่อเสียงปัจเจกบุคคล ส�าหรับกฎหมายเกี่ยว
กับความผิดทางคอมพิวเตอร์ก็มิได้มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองบุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก “เหตุแห่งการเลือก
ปฏิบัติ” จากปัญหาดังกล่าว จึงน�าไปสู่ข้อเสนอแนะ ต่อไปนี้
ก�าหนดกฎหมายเฉพาะในกรณีของ “Hate Speech” ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการ
คุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยอาจมี ๒ แนวทาง ดังนี้
บัญญัติฐานความผิดใหม่ในประมวลกฎหมายอาญา ตามแนวทางของกฎหมายอาญาแคนาดา เป็นต้น
บัญญัติกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติอันเป็นกฎหมายกลางที่ครอบคลุมการเลือกปฏิบัติ
ในมิติต่าง ๆ และบัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับ “Hate Speech” ไว้ในกฎหมายกลางนี้
ในระหว่างที่ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะดังกล่าว มีข้อเสนอว่า การสื่อสารที่แสดงความเกลียดชังด้วย
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ เช่น รสนิยมทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ จัดอยู่ในการกระท�าอันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ในอ�านาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะตรวจสอบและเสนอมาตรการแก้ไขได้
อย่างไรก็ตาม มีปัญหาว่า แม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะท�าการตรวจสอบพบว่าการกระท�านั้นเป็น
การสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ แต่ก็เป็นการยากที่จะก�าหนดมาตรการแก้ไข
โดยระบุให้ปฏิบัติตาม “กฎหมาย” ในเรื่องใด เพราะยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ “Hate Speech” โดยเฉพาะ
แต่กระนั้นก็ตาม ผู้วิจัยเห็นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอาจเสนอแนะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกระท�าการ
ด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ได้รับผลกระทบจาก “Hate Speech”
546

