Page 543 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 543

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                        ไทย: ในกรณีของประเทศไทย หากพิจารณากฎหมายไทยฉบับต่าง ๆ ตามที่สรุปในหัวข้อ ๕.๑.๔

         เปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศดังที่ได้ศึกษามาแล้วพบว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะที่วางหลัก
         ห้ามเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางเหตุและเกี่ยวข้องกับมิติของการเลือกปฏิบัติบางด้าน
         แต่ยังไม่มีกฎหมายกลางที่ครอบคลุมอย่างกว้างถึงเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติและมิติของการเลือกปฏิบัติทั้งหมดในภาพ

         รวมดังเช่นในกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศฟินแลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย ดังนั้น ใน
         กรณีของประเทศไทยจึงอาจจัดอยู่รูปแบบที่สอง  ซึ่งน�าไปสู่ปัญหาส�าคัญที่ว่ากฎหมายเฉพาะต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น ยังไม่

         ครอบคลุมถึงการเลือกปฏิบัติและการกระท�าที่ละเมิดต่อหลักความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกัน เช่น กรณีการคุกคาม
         (Harassment)  ด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติอื่น ๆ นอกจากเหตุแห่งเพศ การคุกคามทางเพศในสถานที่ท�างานที่เกิดขึ้น
         ระหว่างลูกจ้างด้วยกันเอง และกรณีสภาพแวดล้อมการท�างานในลักษณะคุกคาม (Hostile Working Environment)

         การปฏิบัติต่อบุคคลอื่นในลักษณะเป็นที่พึงพอใจน้อยกว่าในที่สาธารณะหรือการปฏิบัติต่อบุคคลอื่นในลักษณะด้อยกว่า
         การปฎิเสธการให้บริการหรือจ�าหน่ายสินค้าด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ การสื่อสารที่ท�าให้เกิดความเกลียดชัง (Hate

         Speech) เป็นต้น ท�าให้ยังมีการเลือกปฏิบัติหลายกรณีที่กฎหมายไทยยังไม่ครอบคลุมถึง เนื่องจากไม่อยู่ในขอบเขต
         ของกฎหมายเฉพาะที่มีอยู่ และไม่มีกฎหมายกลางที่มีขอบเขตกว้างมารองรับ



          ๕.๒ ข้อเสนอแนะ



               เนื่องจากผลการวิจัยชี้ให้เห็นประเด็นเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทั้งในภาพรวมและในกรณีเฉพาะหลายประเด็น
          ผู้วิจัยจึงได้จ�าแนกข้อเสนอแนะเป็นสองระดับ คือ ข้อเสนอแนะโดยภาพรวม ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ
          ข้อเสนอแนะเฉพาะประเด็นของการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งข้อเสนอแนะในการต่อยอดการวิจัยต่อไป




                ๕.๒.๑ ข้อเสนอแนะในภาพรวม

                       จากปัญหาขอบเขตกฎหมายไทยที่มีผลบังคับอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผลการวิจัยภายใต้กรอบแนวคิดของการ

          เลือกปฏิบัติในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนนั้น พบว่ายังไม่ครอบคลุมการเลือกปฏิบัติในหลายกรณี ดังที่ได้สรุปให้เห็น
          ในหัวข้อ ๕.๑ จึงน�ามาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ด้วยการเสนอให้มีการบัญญัติ กฎหมาย
          กลางที่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุต่าง ๆ ตามที่รับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายไทย กติกา

          ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ
          วัฒนธรรม อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ รวมทั้งครอบคลุมเหตุอื่นที่มีความจ�าเป็น

          ในสังคมปัจจุบัน
                       ส�าหรับรูปแบบของกฎหมายกลางของประเทศไทยนั้น จากผลการวิจัยที่ได้ศึกษาระบบโครงสร้าง
          กฎหมายของต่างประเทศในการห้ามเลือกปฏิบัติและได้จ�าแนกเป็น ๓ รูปแบบนั้น พบว่า ประเทศไทยจัดอยู่ในรูปแบบ

          ที่สอง กล่าวคือ มีกฎหมายเฉพาะบางฉบับที่ครอบคลุมบางมิติหรือบางเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ จึงท�าให้ไม่ครอบคลุม
          การเลือกปฏิบัติในประเด็นที่อยู่นอกขอบเขตกฎหมายเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อเสนอ ๒ แนวทาง คือ










                                                        542
   538   539   540   541   542   543   544   545   546   547   548