Page 548 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 548

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ






                       ผู้วิจัยยังมีข้อเสนอแนะว่า ในการก�าหนดกฎหมายในส่วนของ Hate Speech นั้น ควรพิจารณา
                 ชั่งน�้าหนักระหว่างเสรีภาพในการสื่อสาร กับการคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งหากพิจารณากฎหมายต่างประเทศแล้ว

                 ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า กฎหมายสหรัฐอเมริกาจะให้น�้าหนักไปในทางการคุ้มครองเสรีภาพในการสื่อสารมากกว่า
                 ในขณะที่ออสเตรเลีย ยุโรป แคนาดา ให้น�้าหนักไปในทางคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติ โดยมีการก�าหนดกฎหมาย
                 เกี่ยวกับ “Hate Speech” ไว้เฉพาะ นอกจากนี้ ควรพิจารณาน�าปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบ เช่น การแสดงการสื่อสาร

                 ความเกลียดชังออกมาได้ อาจเป็นช่องทางที่บุคคลผู้มีความเกลียดชังได้ปลดปล่อยหรือระบายความคับแค้นใจ
                 ออกมา ซึ่งอาจลดโอกาสการกระท�ารุนแรงต่อไป

                       ในระดับระหว่างประเทศ  มีข้อเสนอแนะให้ไทยถอนข้อสงวนข้อ ๔ ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือก

                 ปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination
                 - CERD) อนุสัญญานี้มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ แต่มีการตั้งข้อสงวนในข้อ ๔

                 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่ท�าให้เกิดความเกลียดชังในแง่ของเชื้อชาติ ทั้งนี้ เนื่องจากความส�าคัญและความจ�าเป็น
                 ในการตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารที่ท�าให้เกิดความเกลียดชังในด้านเชื้อชาติ  อย่างไร
                 ก็ตาม  อนุสัญญานี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “Hate Speech” เฉพาะบางมิติ กล่าวคือ ในด้านของเชื้อชาติเท่านั้น ในการ

                 ตรากฎหมายเกี่ยวกับ “Hate Speech” ยังต้องค�านึงถึงเหตุอื่น ๆ นอกจากเชื้อชาติด้วย



                        ๔



                       กรณีการคุกคาม (Harassment)

                       การกระท�าอันเป็นการคุกคาม (Harassment) ต่อบุคคลอื่นในที่สาธารณะ อันเกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการ
                 เลือกปฏิบัติ” จัดอยู่ในลักษณะของ “การได้รับการปฏิบัติที่ท�าให้เกิดความพึงพอใจน้อยกว่าในการปฏิบัติต่อคน
                 อื่นในที่สาธารณะ” ซึ่งอยู่ในขอบเขตกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติด้วย แต่ในปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมาย

                 เฉพาะส�าหรับการกระท�าดังกล่าว ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้



                        ก�าหนดกฎหมายเฉพาะในกรณีของ “Hate Speech” ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการ
                 คุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน  โดยอาจมี ๒ แนวทาง ดังนี้



                         แนวทางแรก  บัญญัติฐานความผิดใหม่ในประมวลกฎหมายอาญา ตามแนวทางของกฎหมายอาญาแคนาดา
                 เป็นต้น
                         แนวทางที่สอง บัญญัติกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติอันเป็นกฎหมายกลางที่ครอบคลุม

                 การเลือกปฏิบัติในมิติต่าง ๆ และบัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับ “Harassment” ไว้ในกฎหมายกลางนี้


                       ในระหว่างที่ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะดังกล่าว มีข้อเสนอว่า การกระท�าอันมีลักษณะเป็นการ

                 คุกคาม (Harassment) ต่อบุคคลอื่นในที่สาธารณะ จัดได้ว่าเป็น “การได้รับการปฏิบัติที่ท�าให้เกิดความพึงพอใจ






                                                               547
   543   544   545   546   547   548   549   550   551   552   553