Page 549 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 549
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
น้อยกว่าในการปฏิบัติต่อคนอื่นในที่สาธารณะ” ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุกคาม
ที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ จึงอยู่ในอ�านาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะ
ตรวจสอบและเสนอมาตรการแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม มีปัญหาว่าแม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะท�าการ
ตรวจสอบพบว่าการกระท�านั้นเป็นการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ แต่ก็เป็น
การยากที่จะก�าหนดมาตรการแก้ไขโดยระบุให้ปฏิบัติตาม “กฎหมาย” ในเรื่องใด เพราะยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ
“การคุกคาม” โดยเฉพาะ
ในส่วนของการคุกคามในสถานที่ท�างานนั้น ตามกฎหมายไทยปัจจุบันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องและน�ามาปรับ
ใช้ได้คือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ดังนั้น เมื่อมีกรณีการคุกคามในสถานที่ท�างาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อาจมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่มีอ�านาจตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ด�าเนินการออกประกาศเกี่ยวกับการ
คุกคามในสถานที่ท�างาน เช่น ตามกฎหมายมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษากฎหมายแรงงานพบว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขปี ๒๕๕๑
ซึ่งจ�ากัดการคุกคามเฉพาะที่เกี่ยวกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ (Ground of Discrimination) บางเหตุเท่านั้น โดย
เฉพาะอย่างยิ่ง เหตุแห่งเพศ กล่าวคือ ครอบคลุมเฉพาะการล่วงเกิน คุกคาม ก่อความเดือดร้อนร�าคาญ ทางเพศ
เท่านั้น และจ�ากัดการคุกคามเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับบางมิติของการเลือกปฏิบัติ (Area of Discrimination) นั่นคือ
มิติการจ้างแรงงาน โดยยังไม่ครอบคลุมการคุกคามด้วยเหตุอื่น เช่น
การคุกคามในสถานที่ท�างานด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ
การคุกคามด้วยเหตุแห่งเพศในสถานที่ท�างานซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระท�าของนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา
โดยตรง แต่เกิดจากลูกจ้างด้วยกันเอง หรือลูกค้า หรือสภาพแวดล้อมของการท�างานอันเป็นการคุกคาม (Hostile
Working Environment)
ในกรณีเช่นนี้มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ๒ แนวทาง ดังนี้
แนวทางแรก แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ให้ครอบคลุมการคุกคามทางเพศในลักษณะ
สภาพแวดล้อมของการท�างานอันเป็นการคุกคาม (Hostile working environment) รวมทั้งเพิ่มเติมการคุกคาม
ด้วยเหตุอื่น ๆ นอกจากที่เกี่ยวกับเพศ ในมิติการจ้างแรงงาน
แนวทางที่สอง บัญญัติกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติอันมีลักษณะเป็นกฎหมายกลาง ครอบคลุม
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ ในมิติต่าง ๆ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการคุกคามไม่จ�ากัดเฉพาะในมิติการจ้างแรงงาน
เท่านั้น ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายในส่วนกฎหมายคุ้มครองแรงงานจึงยังไม่ครอบคลุมการคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติอื่น ๆ และในมิติอื่น ๆ เช่น การคุกคามในที่ท�างานด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา หรือการ
คุกคามในที่สาธารณะด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา จึงเสนอให้มีการบัญญัติกฎหมายกลางเกี่ยวกับการห้ามเลือก
ปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมมิติและเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติที่กว้างกว่ากฎหมายแรงงานที่จ�ากัดเฉพาะเหตุด้านเพศและใน
มิติการจ้างแรงงานเท่านั้น ทั้งนี้ โดยพิจารณาตัวแบบจากกฎหมายต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา เป็นต้น
548

