Page 523 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 523
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
การรับสมัครงานโดยระบุเจาะจง “สถาบันการศึกษา” หรือการพิจารณารับบุคคลเข้าท�างาน
จาก “สถาบันการศึกษา” กรณีนี้แม้จะเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกัน หรือเป็นการปฏิบัติต่อบุคคลที่จบจากสถาบันการ
ศึกษาหนึ่งในลักษณะที่ด้อยกว่า (Less Favorable Treatment) เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่จบจากสถาบันการศึกษา
อีกแห่งหนึ่ง แต่เมื่อพิจารณาทั้งกฎหมายต่างประเทศและกฎหมายไทยพบว่า “สถำบันกำรศึกษำ” ไม่จัดอยู่ในเหตุแห่ง
การเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ข้อสังเกต: หากมีข้อเท็จจริงว่า สถาบันการศึกษานั้นมีความเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับ “เชื้อชาติ
ศาสนา ฯลฯ” อาจเป็นการเลือกปฏิบัติได้
ผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่มกล่าวว่า “องค์กรภาครัฐแห่งหนึ่ง ผู้บริหารจบการศึกษามาจาก
โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งในการแต่งตั้งต�าแหน่งบริหาร กรรมการชุดต่าง ๆ มักเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้จบการศึกษาจาก
โรงเรียนมัธยมแห่งนั้น เป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้จบจากโรงเรียนมัธยมอื่น ๆ ที่มีวิทยฐานะเช่นเดียวกัน” กรณีนี้แม้จะ
เป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกัน แต่เหตุเกี่ยวกับ “สถาบันการศึกษา” ไม่จัดอยู่ในเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิ
มนุษยชน อย่างไรก็ตาม กรณีเช่นนี้อาจจัดอยู่ในขอบเขตของ “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ตามกฎหมายปกครอง
ผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่มกล่าวว่า “องค์กรหรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เปิดรับรักษาผู้ป่วย
เช่นเดียวกับโรงพยาบาล บางองค์กรถูกด�าเนินคดี แต่บางองค์กรไม่ถูกด�าเนินคดี เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่”
ข้อสังเกต: กรณีนี้ยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและความแตกต่างในลักษณะของการประกอบการ
สถานพยาบาลด้วย อย่างไรก็ตาม หากปรากฏว่าองค์กรสองแห่งต่างผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่องค์กรหนึ่งไม่ถูก
ด�าเนินคดี ในความหมายทั่วไปอาจพิจารณาได้ว่าเกิดการเลือกปฏิบัติในระดับของการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไร
ก็ตามต้องพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องก็
ต้องไปพิจารณาตามกฎหมายอื่น เช่น การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า การปฏิบัติที่แตกต่างกันดังกล่าวแม้ไม่อยู่ในขอบเขตการเลือกปฏิบัติ แต่ก็มิได้หมายความว่า
จะไม่มีมาตรการทางกฎหมายใดสามารถน�ามาปรับใช้เพื่อคุ้มครองหรือเยียวยาได้ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณากฎหมาย
อื่น เช่น หากเป็นกรณีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับกฎ หรือค�าสั่งทางปกครอง อาจอยู่ภายใต้
กฎหมายปกครองในฐานะ “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ได้ นอกจากนี้ ยังอาจเป็นกรณีการใช้ดุลพินิจโดย
มิชอบตามกฎหมายปกครอง หรืออาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น เช่น ประมวลกฎหมายอาญา เป็นต้น
๕.๑.๑.๒ กรณีมีความคาบเกี่ยวระหว่างการเลือกปฏิบัติกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่น
จากการศึกษาวิเคราะห์ค�าร้องและการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรอบของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น พบว่ามีหลายกรณีที่ผู้ร้องอ้างว่ามีการ “เลือกปฏิบัติ” เกิดขึ้น ซึ่งมักเป็นกรณี
การน�าข้อเท็จจริงสองข้อเท็จจริงมาเปรียบเทียบกันว่ามีการปฏิบัติต่อข้อเท็จจริงดังกล่าวแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หาก
พิจารณาภายใต้กรอบของกฎหมายสิทธิมนุษยชนแล้วจะเห็นได้ว่า ในหลายกรณีตามค�าร้องนั้น การปฏิบัติแตกต่างกัน
ดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรืออาจพิจารณาว่าเป็นการอ้างเหตุ
ที่กว้างกว่ากฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือเป็นกรณีของกฎเกณฑ์หรือการปฏิบัติที่เป็นกลาง (Neutral) ซึ่งมีผลเป็นการปฏิบัติ
522

