Page 528 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 528
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า กำรเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ในบริบทของคดีปกครอง (มาตรา ๙
ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒) นั้น มีขอบเขตและลักษณะที่แตกต่ำง
จำก “กำรเลือกปฏิบัติ” ในบริบทของกฎหมำยสิทธิมนุษยชน กล่าวคือ “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ตามกฎหมาย
ปกครองนั้น เป็นการพิจารณา “การปฏิบัติที่แตกต่างกัน” ในกรอบของการตรวจสอบการใช้อ�านาจรัฐโดยมิชอบ และ
มักมีข้อเท็จจริงที่สัมพันธ์กับ “การใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองโดยมิชอบ” จึงอำจครอบคลุมถึงกำรปฏิบัติแตกต่ำงกัน
โดยไม่เป็นธรรม กำรใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชำติ เพศ ศำสนำ
ฯลฯ ตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน หรืออาจเรียกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติในความหมายที่กว้างกว่ากฎหมายสิทธิมนุษยชน
ซึ่งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดและหลักการของกฎหมายปกครอง อันควรมีการศึกษาและพิจารณาแยกอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
จากการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ในบริบทของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
จากการสรุปความหมายและขอบเขตของการเลือกปฏิบัติ ในหัวข้อ ๕.๑.๑.๑ - ๕.๑.๑.๓ จะท�าให้สามารถจ�าแนก
ความแตกต่างของ “การเลือกปฏิบัติ” ในบริบทต่าง ๆ ดังนี้
๑
กรณีที่อยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
ทั้งในส่วนของรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒
กรณีที่ไม่อยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่อาจอยู่ภายใต้การคุ้มครองของ
กฎหมายอื่นในความหมายของ “การเลือกปฏิบัติ” ตามกฎหมายนั้น เช่น “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ตามกฎหมาย
ปกครอง
๓
กรณีที่เป็นการกล่าวอ้างว่าเกิดการเลือกปฏิบัติในความหมายกว้างซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติ
ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมายปกครองด้วย เช่น การอ้างว่ามีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
หรืออ้างว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นระหว่างเอกชนด้วยกัน
๔
กรณีที่มีความทับซ้อนระหว่างการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ
จากการจ�าแนกดังกล่าว ท�าให้สามารถแยกกรณีที่ (๒) และ (๓) ออกไปจากขอบเขตการคุ้มครองในฐานะ
“การเลือกปฏิบัติ” ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่อยู่ในขอบเขตความหมายและองค์ประกอบของการเลือก
ปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งหากจะมีประเด็นว่าควรมีการปรับปรุงพัฒนากฎเกณฑ์อย่างไรเพื่อคุ้มครองกรณี
เหล่านั้นก็จะต้องท�าการศึกษาในกรอบกฎหมายอื่นต่อไป ส�าหรับกรณีที่ (๔) แม้ว่าอาจไม่อยู่ในขอบเขตของการเลือก
ปฏิบัติแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตอ�านาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับสิทธิ
มนุษยชนอื่น
ส�าหรับกรณีที่ (๑) นั้นอยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนแต่มีกฎหมายครอบคลุมแล้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีที่งานวิจัยนี้มุ่งประสงค์จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาการครอบคลุมของกฎหมายก็คือ กรณีที่นอกเหนือจาก (๑) -
(๔) นั่นคือ กรณีการเลือกปฏิบัติในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่ตามกฎหมายไทยปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึง ดัง
จะได้จ�าแนกสรุปต่อไปในหัวข้อ ๕.๒
527

