Page 518 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 518
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
กรณีผู้ร้องร้องเรียนว่าถูกโรงเรียนเรียกเก็บเงินค่าเทอม คนละ ๒๗,๐๐๐ บาท หากไม่จ่ายทาง
โรงเรียนให้ลาออก หรือจะคัดชื่อออกจากโรงเรียน ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายที่มีสิทธิเรียนฟรี ๑๒ ปี คณะ
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า กรณีนี้เป็นโรงเรียนทางเลือกที่มีการสอนตามหลักสูตรบูรณาการ แตกต่าง
จากโรงเรียนที่สังกัดภายใต้การก�ากับดูแลของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ปรากฏว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๑๐๗๙/๒๕๕๘)
กรณีนี้จะเห็นได้ว่า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษมิได้เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังอาจ
พิจารณาได้ว่า โรงเรียนดังกล่าวเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนั้นกับนักเรียนทุกคนจึงไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ แต่มีประเด็น
น่าพิจารณาว่าหากน�าหลักการเลือกปฏิบัติโดยอ้อมมาพิจารณาถึงผลกระทบ (Effect) แล้ว จะมีนักเรียนบางคนที่อยู่
ในกลุ่มเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติไม่สามารถเข้าเรียนได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียน
อื่นจะเห็นได้ว่า โรงเรียนในกรณีนี้มีลักษณะแตกต่างจากโรงเรียนอื่นที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม
การที่บุคคลบางกลุ่มเสียสิทธิบางอย่าง เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะไม่ปฏิบัติ
ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขส�าหรับการได้สิทธินั้น หากหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับ
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติและไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ เช่น กรณีผู้ร้องอ้างว่าถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมสอบคัดเลือกบุคคล
เข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์เนื่องจากขาดเอกสารประกอบการสอบ เช่น ส่งรูปถ่ายไม่ครบตามจ�านวนที่ก�าหนดใน
ประกาศสอบ จะเห็นได้ว่า เมื่อผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังกล่าว การที่ผู้ร้องถูกตัดสิทธิเข้า
สอบจึงมิใช่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม (ค�าร้องที่ ๖๒๕/๒๕๕๓ และ ๖๓๑-๖๓๕/๒๕๕๓ รายงานผลการ
พิจารณา ที่ ๓๕๗-๓๖๒/๒๕๕๘)
การอ้างว่าไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหายจากบริการสาธารณะของรัฐ เนื่องจากส�านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีมติไม่จ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากกรณีไฟไหม้โรงเรียนและเด็กเสียชีวิต
ให้กับครอบครัวผู้ร้องทั้งสาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า โรงเรียนมีหน้าที่ตามหลัก “Duty of Care”
แม้บุคลากรของโรงเรียนจะไม่ต้องรับผิดต่อส่วนตัว แต่เนื่องจากการจัดการศึกษาเป็นการบริการสาธารณะอันเป็น
หน้าที่ของรัฐ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการยังคงต้องรับผิดชดใช้เยียวยาค่าเสียหายตามหลัก Duty of Care โดยไม่
ต้องพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่กระท�าผิดหรือไม่ (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๖๓๒/๒๕๕๘) อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ปรากฏ
ว่าการไม่จ่ายเงินชดเชยความเสียหายดังกล่าวมีสาเหตุสัมพันธ์กับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
หรือไม่ แต่มีข้อสังเกตว่า กรณีข้อเท็จจริงลักษณะนี้ กล่าวคือ การไม่เยียวยาความเสียหายอันเกิดจากเหตุใด ๆ มักจะ
มีการกล่าวอ้างว่าการไม่เยียวยานั้นเป็นการ “เลือกปฏิบัติ” ซึ่งในทางกฎหมายสิทธิมนุษยชนอาจไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ
ค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ร้องเป็นกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียน
แห่งหนึ่ง ที่เรียกร้องสิทธิกลับเข้าศึกษาต่อโรงเรียนเดิมจ�านวน ๓๖ คน หลังจากที่มีปัญหาภายในโรงเรียนเพราะเหตุ
นักเรียนกลุ่มดังกล่าวเรียกร้องสิทธิในการศึกษาต่อที่โรงเรียนเดิม และโรงเรียนผู้ถูกร้องได้รับนักเรียนกลุ่มดังกล่าวเข้า
ศึกษาต่อ แต่เข้าเพียง ๑ สัปดาห์ นักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้รับแรงกดดันและพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากเพื่อนนักเรียน
อีกทั้งหนังสือเรียนที่ได้รับและกระบวนการเรียนการสอนก็แตกต่างจากนักเรียนภาคปกติ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้
517

