Page 520 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 520
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
สถาบันการเงิน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ คดีนี้แม้ศาลจะตัดสินว่าไม่เป็นการเลือกปฏิบัติแต่ให้เหตุผลว่า
“...เป็นไปตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินฯ และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจ หลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ฯ” (ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕/๒๕๔๒) แต่ในอีกแง่หนึ่งอาจพิจารณา
ได้ว่า กรณีนี้ยังเกี่ยวข้องกับการชั่งน�้าหนักระหว่างประโยชน์อื่นที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองอันเป็นองค์ประกอบอีกประการ
หนึ่งที่ท�าให้ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือในคดีที่ผู้ร้องอ้างว่า ประมวลรัษฏากร มาตรา ๑๒๑
ให้สิทธิและยกเว้นแก่โจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอ�านาจ แต่ในขณะเดียวกัน
ฝ่ายผู้ร้องต้องปิดอากรแสตมป์ ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ประมวล
รัษฎากร มาตรา ๑๒๑ มีวัตถุประสงค์ที่จะเก็บจากประชาชนที่จะได้รับบริการจากรัฐ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเก็บจาก
รัฐเอง จึงชอบด้วยวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าวแล้ว ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลทั่วไป
(ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔๑/๒๕๔๗) หรือในกรณีที่มีการอ้างว่า พระราชบัญญัติภาษีโรงเรียนและที่ดิน พ.ศ. ๒๔๗๕
มาตรา ๔๕ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ และ ๓๐ เนื่องจากบัญญัติให้ผู้รับโอนต้องรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม
กับผู้โอนในภาษีที่ค้างช�าระ “ไม่ว่าจะรับโอนมาด้วยเหตุใด ๆ” ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวตราขึ้นเพื่อให้
รัฐโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหารายได้จากการจัดเก็บภาษีอันเป็นกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์ กฎหมายดังกล่าว
จึงเป็นบทกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญก�าหนดและเท่าที่จ�าเป็น ไม่กระทบกระเทือนสาระส�าคัญแห่งสิทธิและ
เสรีภาพ มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปมิได้มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง
ใช้กับบุคคลโดยเสมอกันและให้ความคุ้มครองแก่บุคคลอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล...
(ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔๑/๒๕๔๘) จะเห็นได้ว่า กรณีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการน�าผลประโยชน์ของรัฐมาชั่งน�้าหนัก
ประกอบด้วย อันเป็นอีกเหตุหนึ่งซึ่งท�าให้ข้อเท็จจริงลักษณะนี้แม้มีการปฏิบัติที่แตกต่างกันแต่ไม่จัดว่าเป็นการเลือก
ปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
อาจสรุปได้ว่า ในบริบทของศาลรัฐธรรมนูญนั้น หลายคดีมีการกล่าวอ้างว่าเกิดการเลือกปฏิบัติในขอบเขต
ที่กว้างกว่าการเลือกปฏิบัติตามนัยกฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่แม้ศาลจะตัดสินว่าไม่เป็นการเลือกปฏิบัติตาม
รัฐธรรมนูญ ในหลายคดีก็มิได้ให้เหตุผลในการวินิจฉัยชัดเจนลงไปว่ากรณีเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการเลือก
ปฏิบัติ” อย่างไรก็ตาม จากค�าพิพากษาหลายคดีก็ชี้ให้เห็นว่าศาลน�าองค์ประกอบอื่นของการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติ
ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ เช่น การชั่งน�้าหนักระหว่างประโยชน์อื่นที่กฎหมายมุ่งคุ้มครอง เป็นต้น
(๔) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก
ปฏิบัติ: กรณีค�าวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ คณะกรรมการกฤษฎีกา
ก่อนที่จะมีการจัดตั้งศาลปกครอง มีค�าร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ คณะกรรมการ
กฤษฎีกาซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างว่ามีการ “เลือกปฏิบัติ” เช่น กรณีหลักเกณฑ์การรับนักเรียนที่ก�าหนดคุณสมบัติ
บางประการ คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่า หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียน ส. ที่พิจารณารับบุตรของ
ผู้ปกครองที่สนับสนุนช่วยเหลือกิจการโรงเรียน หรือเป็นบุตรหลานอาจารย์ในโรงเรียน หรือเด็กที่ผู้ฝากให้การสนับสนุน
โรงเรียน ฯลฯ “เป็นหลักเกณฑ์ที่ให้ความได้เปรียบแก่บุคคลบางกลุ่ม...เป็นการเปิดโอกาสให้โรงเรียนใช้ดุลพินิจได้ตาม
อ�าเภอใจ อันเป็นการเลือกปฏิบัติให้เป็นคุณแก่บุคคลบางกลุ่มเท่านั้น จึงไม่เป็นธรรมต่อนักเรียนที่สมัครสอบคัดเลือก
เข้าเรียนในโรงเรียนโดยทั่วหน้ากัน อันเป็นการขัดต่อหลักความเสมอภาคของบุคคลที่จะเข้ารับการศึกษาในโรงเรียน
519

