Page 519 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 519

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ




           คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการประสานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องและได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

           แห่งชาติจึงยุติเรื่อง (ค�าร้องที่ ๒๘๒/๒๕๕๕)  กรณีนี้แม้จะพิจารณาว่านักเรียนกลุ่มที่เรียกร้องสิทธิได้รับการปฏิบัติ
           แตกต่างจากนักเรียนกลุ่มอื่น  และอาจพิจารณาว่าไม่มีเหตุผลสมควร หรืออาจมองว่าไม่เป็นธรรม  แต่เหตุดังกล่าว

           ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามนัยกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                           กรณีอ้างว่าเด็กถูกเลือกปฏิบัติจากการปฏิบัติของโรงเรียนด้วยเหตุ “ความประพฤติ” คณะ

           กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก (รายงานผลการพิจารณา ที่
           ๘๖๕/๒๕๕๕) จะเห็นได้ว่ากรณีนี้เป็นการพิจารณาในขอบเขตที่กว้างกว่าเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากเกี่ยวข้อง
           กับกฎหมายเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก



                           กรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า นโยบายยุบ ควบรวมโรงเรียนเป็นนโยบาย
           ที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาของเด็กนักเรียน (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๔๗๗-๔๗๘/๒๕๕๗) กรณีนี้

           จะเห็นได้ว่า “ขนาด” ของโรงเรียน มิได้เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนแต่อย่าง
           ใด  แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า เหตุด้าน “ขนาด” ของโรงเรียนที่ถูกยุบหรือควบรวมนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเหตุ

           แห่งการเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ก็อาจเป็นการเลือกปฏิบัติในกรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชนได้



                        จะเห็นได้ว่า กรณีเหล่านี้เป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันอันมีขอบเขตที่แตกต่างจากการเลือกปฏิบัติตาม
          กฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่ผู้ร้องมีมุมมองว่าเป็นการ “เลือกปฏิบัติ” นอกจากนี้ ในหลายกรณีจะเห็นได้ว่า แม้คณะ

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ แต่มิได้ให้เหตุผลชัดเจนลงไปว่า กรณีเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้อง
          กับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ หรืออาจไม่อยู่ในขอบเขตการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุอื่น เช่น เป็นกรณีที่เกี่ยวกับขอบแห่งการ
          ใช้ดุลพินิจ หรือเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการชั่งน�้าหนักกับผลประโยชน์อื่น เป็นต้น


                        (๓) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก

          ปฏิบัติ: กรณีจากค�าพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ
                        จากผลการศึกษาค�าพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญพบว่า มีหลายคดีที่มีประเด็นอ้างว่ากฎหมายที่พิพาท

          เป็นการเลือกปฏิบัติอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ (เช่น ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๔๖, ๑๐/๒๕๔๙, ๑๑/๒๕๕๐,
          ๑/๒๕๕๑, ๓๑/๒๕๕๕) อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์กฎหมายดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่ามิได้มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ
          ด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องอ้างว่ากฎหมายมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุที่กว้างกว่าเหตุ

          แห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม แม้ศาลตัดสินว่าไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติ แต่ก็มิได้ให้เหตุผล
          ในการวินิจฉัยชัดเจนลงไปว่ากรณีเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” โดยศาลให้เหตุผลว่ากฎหมายดังกล่าว

          มีผลใช้บังคับกับทุกคนเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลอันสอดคล้องกับหลักการเลือกปฏิบัติโดยตรง


                        นอกจากนี้ ในอีกหลายคดีนั้นอาจพิจารณาได้ว่ามีประเด็นเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นของกฎหมาย

          สิทธิมนุษยชนที่ท�าให้กรณีนั้นไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ เช่น ขอบเขตแห่งการใช้ดุลพินิจ (Margin of Appreciation) การชั่ง
          น�้าหนักระหว่างประโยชน์อื่นที่กฎหมายมุ่งคุ้มครอง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ศาลมิได้ให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ
          ดังกล่าว เช่น กรณีการเปรียบเทียบระหว่างการเรียกดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน และองค์กรหรือบุคคลอื่นที่มิใช่




                                                         518
   514   515   516   517   518   519   520   521   522   523   524