Page 522 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 522
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อสังเกต: การกระท�าที่มี่ลักษณะเชิงเนื้อหาเช่นเดียวกัน เช่น นาย ก. ใส่ความนางสาว ข. ว่าเป็นโสเภณี ซึ่งเป็น
ความเท็จ ท�าให้นางสาว ข. เสื่อมเสียชื่อเสียง หากนาย ก. กล่าวด้วยวาจาต่อบุคคลที่สามด้วยเนื้อหาดังกล่าว ก็จะเข้า
องค์ประกอบกฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจ�าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้ง
จ�าทั้งปรับ (กฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖) แต่หากนาย ก. เผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาเช่นเดียวกันทางระบบคอมพิวเตอร์ จะเข้า
องค์ประกอบมาตรา ๑๔ ซึ่งมีโทษจ�าคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ จะเห็นได้ว่า “เนื้อหา”
เช่นเดียวกันแต่กฎหมายสองฉบับก�าหนดโทษต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้อาจพิจารณาได้ว่า ข้อเท็จจริงทั้งสอง
กรณี “ต่างกัน” เนื่องจาก “ช่องทาง” การเผยแพร่ข้อมูลแตกต่างกัน โดยการเผยแพร่ทางระบบคอมพิวเตอร์อาจส่งผล
ให้สาธารณชนรับรู้ได้ แต่กระนั้นก็ตาม หากเปรียบเทียบระหว่างการเผยแพร่ที่ส่งผลต่อสาธารณะด้วยกัน ก็ยังคงเห็นได้ว่า
โทษที่ได้รับรุนแรงต่างกัน เช่น ในกรณีนาย ก. เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทางสื่อสาธารณะที่มิใช่ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น กล่าว
ทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้องค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจ�าคุกไม่เกิน
สองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท (กฎหมายอาญามาตรา ๓๒๘) เมื่อเปรียบเทียบแล้วก็ยังมีโทษจ�าคุกน้อยกว่าการ
เผยแพร่เนื้อหาข้อมูลเช่นเดียวกันทางระบบคอมพิวเตอร์ กล่าวคือมีโทษจ�าคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
หรือทั้งจ�าทั้งปรับ ข้อแตกต่างประการส�าคัญ คือ การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณายังสามารถยอมความได้ แต่ตามพระ
624
ราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไม่สามารถยอมความได้)
การที่ลูกจ้างที่ไม่ใช้โปรแกรมประยุกต์ไลน์ (LINE application) ในการสื่อสาร ไม่เข้ากลุ่ม
กับนายจ้าง ท�าให้ถูกเลือกปฏิบัติในการก้าวหน้า ได้รับการปฏิบัติอันเป็นที่พึงพอใจน้อยกว่าลูกจ้างอื่นที่เข้ากลุ่ม
กรณีนี้จะเห็นได้ว่า เหตุที่เกี่ยวกับการใช้หรือไม่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร มิได้เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตาม
กฎหมายสิทธิมนุษยชน เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ฯลฯ
ข้อสังเกต: มีข้อที่น่าพิจารณาว่า กฎข้อบังคับในการท�างานที่ให้ลูกจ้างทุกคนใช้โปรแกรมการสื่อสารชนิด
ใดชนิดหนึ่งในการท�างานนั้น เป็นการใช้บังคับกับลูกจ้างเท่าเทียมกันทุกคน จึงไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง
แต่อาจพิจารณาว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยอ้อมได้ เพราะกฎเกณฑ์ที่มุ่งใช้กับลูกจ้างทุกคนนี้ ส่งผลในทางปฏิบัติ
ให้ลูกจ้างบางคนที่ไม่ใช้โปรแกรมดังกล่าวเสียเปรียบลูกจ้างอื่น แต่กระนั้นก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือก
ปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไปว่า การที่ลูกจ้างที่ปฎิเสธไม่ใช้โปรแกรมดังกล่าว มีสาเหตุ
สืบเนื่องกับ “เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ ฯลฯ” ก็อาจเข้าเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติและส่งผลให้กฎเกณฑ์ของนายจ้าง
นั้นเป็นการเลือกปฏิบัติได้
624
อย่างไรก็ตาม จากร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่แก้ไขใหม่ในปี ๒๕๕๙ ได้มีการ
ปรับปรุงมาตรา ๑๔ เพื่อแก้ไขความทับซ้อนระหว่างความผิดทางคอมพิวเตอร์กับความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ขณะท�าการศึกษาวิจัยนี้
ร่างดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
521

