Page 517 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 517
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
จะเห็นได้ว่ากรณีดังกล่าวจัดอยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติและได้รับการพิจารณาในขอบเขตนี้อย่างสอดคล้อง
กับหลักการห้ามเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
(๒) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก
ปฏิบัติ: กรณีจากค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ผลการวิจัยพบว่า ค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหลายกรณี ผู้ร้องอ้างว่า “ถูกเลือก
ปฏิบัติ” แต่หากพิจารณาในกรอบความหมายและขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชนแล้ว กรณีเหล่านั้นไม่จัดอยู่ใน
ขอบเขตของการเลือกปฏิบัติ ดังเช่นค�าร้องต่อไปนี้
ผู้ร้องอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กรณีบุตรสาวถูกเพื่อน
ชายล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนและแจ้งความแล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้า (ค�าร้องที่ ๔๗๖/๒๕๕๖) กรณีนี้จะเห็น
ได้ว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการปฏิบัติที่พิพาทเกี่ยวข้องกับ
เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้บุตรสาวผู้ร้องเป็นผู้พิการ หากมีข้อเท็จจริงว่าการที่คดีไม่คืบหน้านั้น
สืบเนื่องมาจากสาเหตุความพิการ ก็อาจเข้าเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติได้ กรณีลักษณะนี้คล้ายคลึงกับกรณีผู้ร้องอ้าง
ว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมกัน เช่น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเฉพาะผู้ร้องแต่ไม่แจ้งข้อหาคู่กรณี
ในการทะเลาะวิวาท (ค�าร้องที่ ๗๔/๒๕๕๕) ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงว่ากรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
อย่างไร
กรณี ผู้ร้องร้องเรียนว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับเงินเดือน การขอพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ไม่เท่าเทียมและไม่เสมอภาคกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นบางต�าแหน่งและข้าราชการประเภทอื่น กรณีนี้จะ
เห็นได้ว่า เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการประเภทอื่น แม้จะมีความแตกต่างกันแต่ก็ไม่
เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่ายังไม่มี
การละเลยหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด (ค�าร้องที่ ๔๕๙/๒๕๕๖ รายงาน
ผลการพิจารณา ที่ ๔๓๓/๒๕๕๗) ทั้งนี้ อาจพิจารณาต่อไปว่าจัดอยู่ในการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายปกครอง
หรือไม่
กรณีผู้ร้องอ้างว่า โรงเรียนไม่ออกเอกสารแสดงการจบหลักสูตรส�าหรับนักเรียนที่ยังค้างค่าบ�ารุง
การศึกษา (ค�าร้องที่ ๒๒๙/๒๕๕๕) กรณีนี้อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการปฏิบัติแตกต่างกันระหว่างนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์
มีสิทธิจบการศึกษา ด้วยเหตุที่บางคนยังค้างค่าบ�ารุง อย่างไรก็ตาม เหตุ “ค้างช�าระค่าบ�ารุง” ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่ง
การเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังอาจพิจารณาได้ว่า นักเรียนที่มีสิทธิจบการศึกษาที่จ่าย
ค่าบ�ารุงครบ กับนักเรียนที่มีสิทธิจบการศึกษาที่จ่ายค่าบ�ารุงไม่ครบ เป็นบุคคลสองกลุ่มที่แตกต่างกัน จึงอาจได้
รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันได้ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อเท็จจริงว่า การไม่ออกเอกสารจบหลักสูตรให้กับนักเรียน
บางคนมีความเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ เช่น ไม่ออกเอกสารให้กับนักเรียนบางศาสนา เช่นนี้อาจเป็น
การเลือกปฏิบัติได้
516

