Page 516 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 516

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                     กรณีที่สาม ผู้วิจัยจะได้สรุปกรณี “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ในบริบทของกฎหมายปกครอง ในหัวข้อ
               ๕.๑.๑.๓ ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่ามีความหมาย ขอบเขต และอยู่บนพื้นฐานหลักการแนวคิดเฉพาะของกฎหมายปกครองที่
               แตกต่างจากกฎหมายสิทธิมนุษยชน




                              ๕.๑.๑.๑  กรณีการปฏิบัติที่อยู่ในขอบเขตและไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
                              ในหัวข้อนี้ จะได้สรุปการเลือกปฏิบัติที่อยู่ในขอบเขตและไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
               ซึ่งยังสามารถจ�าแนกออกเป็น ๕ กรณีย่อย ดังต่อไปนี้


                              (๑) การเลือกปฏิบัติในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
                              เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดการ “เลือกปฏิบัติ” ตามขอบเขตองค์ประกอบของ
                                                                        623
               กฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ”    แล้วพบว่ามีกรณีที่จัดอยู่ในขอบเขตการเลือก
               ปฏิบัติดังกล่าว  ทั้งในส่วนของกรณีค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและค�าพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ

                              ในกรณีของ ค�ำร้องต่อคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ พบว่ามีหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหตุ
               แห่งการเลือกปฏิบัติ และเข้าองค์ประกอบของการเลือกปฏิบัติในกรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชน เช่น  กรณีการสาบานตน

               ก่อนเบิกความตามข้อความในแบบพิมพ์ของศาลซึ่งก�าหนดไว้แตกต่างกัน โดยบางศาสนามีการให้อ้างถึงครอบครัวด้วย
               (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๖๔๗/๒๕๕๕)  ระเบียบคณะกรรมการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ก�าหนดว่าผู้ที่มีสิทธิเข้า
               ท�าประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. จะต้องเป็น “ผู้มีร่างกายสมบูรณ์” (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๒/๒๕๕๕)  ระเบียบกองทัพ

               บกว่าด้วยดุริยางค์ทหารบก พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามผนวกข้อ ๓ เกี่ยวกับบัญชีโรคหรือความผิดปกติหรือความพิการซึ่งขัดต่อ
               การเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารบก ซึ่งระบุว่า “แผลเป็นหรือปานที่หน้ามีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑.๕ ตารางนิ้วขึ้นไป หรือมีความ
               ยาวมากจนดูหน้าเกลียด” คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า เป็นระเบียบที่อาจท�าให้เกิดการเลือกปฏิบัติที่ไม่

               เป็นธรรม (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๑๙๔/๒๕๕๗)  เป็นต้น
                              ส�าหรับคดีของศำลรัฐธรรมนูญพบว่า มีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติและจัดอยู่ใน
               กลุ่มของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน เช่น คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “...ประมวลรัษฎากร มาตรา

               ๕๗ ตรี ที่บัญญัติให้สามีและภริยาที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ต้องถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงิน
               ได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษี  ประกอบกับมาตรา ๕๗ เบญจ บัญญัติ

               ให้แต่เฉพาะภริยาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) สามารถแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามี...
               จึงถือว่าเป็นการไม่ส่งเสริมความเสมอภาคของชายและหญิง และยังเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะ
               เหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคลภายหลังจากการสมรสตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (ค�าวินิจฉัยศาล

               รัฐธรรมนูญที่ ๑๗/๒๕๕๕) นอกจากนี้ ยังพบคดีที่ศาลตัดสินว่าพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาล
               ยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ในส่วนที่บัญญัติให้ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ

               ตุลาการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามว่า “มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ นั้นเป็นการ
               เลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องความพิการ ตามรัฐธรรมนูญ (ค�าวินิจฉัยศาล
               รัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๕)


                      623   เหตุแห่งการเลือกปฎิบัติตามตราสารระหว่างประเทศ เช่น ICCPR ครอบคลุม “เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความ

               คิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นใด ชาติหรือสังคมดั้งเดิม ทรัพย์สิน ก�าเนิด หรือสถานะอื่น”




                                                               515
   511   512   513   514   515   516   517   518   519   520   521