Page 503 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 503

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          กฎหมำยนิยำม ศำสนำและหรือควำมเชื่อ (Religious or Belief) ว่ำหมำยถึง “ควำมเชื่อในอ�ำนำจภำยนอกหรือ
          ควำมเชื่อทำงศีลธรรมหรือจริยธรรมอย่ำงลึกซึ้ง ซึ่งสิ่งอื่น ๆ ต้องพึ่งพิง” นอกจำกนี้ ศำลได้ตีควำมโดยสร้ำงเงื่อนไขส�ำหรับ
          กำรคัดค้ำนด้วยเหตุควำมเชื่อหรือมโนส�ำนึกว่ำ ต้องเป็นกำรคัดค้ำนสงครำมรูปแบบใด ๆ และต้องเป็นไปด้วยควำมจริงใจ

          (Sincere) ศำลสูงสุดตัดสินว่ำ “บุคคลสำมำรถอ้ำงสิทธิคัดค้ำนด้วยเหตุมโนส�ำนึกได้ตรำบใดที่ควำมเชื่อของบุคคลนั้นเป็น
                                     605
          สำระส�ำคัญต่อชีวิตของบุคคลนั้น”
                 ส�ำหรับบำงประเทศนั้น ให้สิทธิกำรคัดค้ำนด้วยเหตุมโนส�ำนึก โดยมิได้ก�ำหนดนิยำมไว้ในกฎหมำยว่ำอะไรคือ

          กำรคัดค้ำนด้วยเหตุมโนส�ำนึก เช่น ในสหรำชอำณำจักรนั้น บุคคลผู้ไม่ประสงค์เป็นทหำรสำมำรถยื่นค�ำร้องตำมแบบ
          ฟอร์มต่อคณะกรรมกำรเกี่ยวกับกำรคัดค้ำนด้วยเหตุมโนส�ำนึก (Advisory Committee on Conscientious Objector)

                                                                                                        606
          โดยในค�ำร้องก�ำหนดให้ลงลำยมือชื่อและเขียนว่ำ “ข้ำพเจ้ำประกำศกำรคัดค้ำนกำรเป็นทหำรด้วยเหตุแห่งมโนส�ำนึก”
                 ประเด็นส�ำคัญที่คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติเน้นย�้ำก็คือ รัฐต้องไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่ง
          ควำมเชื่อของผู้คัดค้ำนหรือปฏิเสธกำรเป็นทหำร ตำมข้อมติ ๑๙๙๘/๗๗ ก็ก�ำหนดเรียกร้องให้รัฐ “ไม่เลือกปฏิบัติระหว่ำง

          ผู้คัดค้ำนกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุผลเกี่ยวกับธรรมชำติหรือควำมเชื่ออันใดอันหนึ่งของผู้สมัคร” อย่ำงไรก็ตำม ปัญหำ
          ส�ำคัญก็คือ แม้ว่ำในรัฐที่รับรองสิทธิกำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุมโนส�ำนึก แต่บำงรัฐจ�ำกัดกำรอ้ำงสิทธิดังกล่ำว

          เฉพำะกรณีปฏิเสธด้วยเหตุควำมเชื่อทำงศำสนำซึ่งมีหลักค�ำสอนหรือข้อก�ำหนดเกี่ยวกับสันติภำพหรือต่อต้ำนสงครำม
                                                                                 607
          (Requiring “Pacifism”) เช่น Quakers, Mennonites, Jehovah’s Witness เป็นต้น
                 หำกพิจำรณำกฎหมำยไทยปัจจุบันจะเห็นได้ว่ำ พระรำชบัญญัติรับรำชกำรทหำร ก�ำหนดหน้ำที่ส�ำหรับชำย

          สัญชำติไทยทุกคน โดยไม่มีกำรก�ำหนดให้สิทธิปฏิเสธกำรเป็นทหำรด้วยเหตุแห่งมโนส�ำนึก ส�ำหรับข้อยกเว้นที่ก�ำหนด
          ไว้เกี่ยวข้องกับศำสนำ ก็จะต้องเป็นกรณีที่บุคคลนั้นด�ำรงสถำนะเป็นนักบวช (เช่น พระภิกษุหรือนักบวชในศำสนำอื่น
          อีกทั้งยังต้องมีกำรก�ำหนดคุณสมบัติด้ำนต�ำแหน่งสถำนะและคุณสมบัติด้ำนกำรศึกษำของพระหรือนักบวชด้วย) ดังนั้น

          เมื่อเปรียบเทียบกับควำมตกลงระหว่ำงประเทศและกฎหมำยต่ำงประเทศจะเห็นได้ว่ำ กฎหมำยไทยมิได้เปิดโอกำสให้
          บุคคลทั่วไปที่มิได้มีสถำนะเป็นนักบวช ปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุควำมเชื่อทำงศำสนำได้ โดยกฎหมำยไทยมิได้
          ก�ำหนดให้มีกำรรับใช้ชำติทำงเลือกรูปแบบอื่นส�ำหรับผู้ที่มีหลักมโนส�ำนึกหรือควำมเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับกำรเป็นทหำร

          อย่ำงไรก็ตำม ดังกล่ำวมำแล้วว่ำ แม้กำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุมโนส�ำนึกได้รับกำรรับรองตำมข้อมติฯ ในบริบท
          ของสหประชำชำติ แต่ไม่มีผลผูกพันตำมกฎหมำยระหว่ำงประเทศ นอกจำกนี้ ข้อยกเว้นตำมกฎหมำยเกณฑ์ทหำรของ

          ไทยยังมีขอบเขตเฉพำะเกี่ยวกับ “ศำสนำ” โดยไม่ครอบคลุมถึง “มโนส�ำนึก” ซึ่งมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำศำสนำใดศำสนำ
          หนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในเหตุ “ควำมเชื่อ” ตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ









                 605
                     From “Welsh v. United States”
                 606
                      “I declare that I have a conscientious objection to performing military service …” ( Navy Personnel
          Management, Application format for the Advisory Committee on Conscientious Objectors, BR 3, annex 54B (June
          2012)
                 607
                     From Conscientious Objection to Military Service (p 50-51), 2012, United Nations Human Rights, Office
          of the High Commissioner, New York and Geneva





                                                        502
   498   499   500   501   502   503   504   505   506   507   508