Page 507 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 507
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
ที่ “แตกต่ำงกัน” ระหว่ำงสิ่งที่ “เหมือนกัน” นั่นก็คือ คนสัญชำติไทยเช่นเดียวกัน อย่ำงไรก็ตำม ประเด็นที่ต้องพิจำรณำ
ก็คือ เหตุผลด้ำนควำมมั่นคงทำงทหำรที่ไม่เกณฑ์คนไทยที่มำจำกกำรแปลงชำตินั้น มีเหตุผลสมควรและได้สัดส่วนเพียงใด
กรณีที่ ๔: การเลือกปฏิบัติอันเป็นผลต่อเนื่องจากการปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร: การจ้างแรงงานและประกอบ
อาชีพ
กำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรนั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นกำรเลือกปฏิบัติในหลำยมิติ นอกจำกในขั้นตอนของกำร
ปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรซึ่งอำจเกี่ยวข้องกับกำรเลือกปฏิบัติในแง่ของเพศ หรือกรณีทำงเลือกในกำรรับใช้ชำติรูปแบบ
อื่น หรือกำรที่ไม่รับรองสิทธิในกำรปฏิเสธด้วยเหตุมโนส�ำนึกแล้ว ในขั้นตอนหลังจำกกำรปฏิเสธทหำรด้วยเหตุมโนส�ำนึก
หรือศำสนำ อำจเกิดกำรเลือกปฏิบัติอีกระดับหนึ่ง เช่น กำรที่รัฐนั้นไม่รับรองสิทธิในกำรปฏิเสธทหำรด้วยเหตุมโนส�ำนึก
อีกทั้งยังก�ำหนดโทษจ�ำคุกส�ำหรับผู้ปฏิเสธ นอกจำกนี้ หลังจำกบุคคลนั้นพ้นโทษจ�ำคุกแล้วและประสงค์จะด�ำเนินชีวิต
ต่อไป ก็มีปัญหำอุปสรรคด้ำนกำรท�ำงำนเนื่องจำกกฎหมำยภำยในมีกำรก�ำหนดคุณสมบัติโดยไม่รับผู้ที่เคยต้องโทษจ�ำคุก
เข้ำท�ำงำน ในขั้นตอนนี้จะมีประเด็นเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติ คือ แม้ว่ำกฎหมำยก�ำหนดคุณสมบัติกำรท�ำงำนจะใช้บังคับ
กับทุกคน กล่ำวคือ บุคคลใดก็ตำมที่เคยต้องโทษจ�ำคุกจะถูกตัดสิทธิกำรท�ำงำนนั้น ๆ เป็นกำรที่กฎหมำยปฏิบัติต่อบุคคล
เหมือนกัน โดยไม่ค�ำนึงถึงควำมแตกต่ำงของโทษที่แต่ละคนได้รับว่ำบุคคลที่ถูกจ�ำคุกเพรำะปฏิเสธทหำรนั้นมีลักษณะและ
สำเหตุที่แตกต่ำงจำกอำชญำกรอื่น ๆ เนื่องจำกบุคคลเหล่ำนี้ถูกจ�ำคุกเพรำะกำรแสดงออกหรือกำรอ้ำงสิทธิที่เกี่ยวพัน
กับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติคือ ควำมเชื่อ ศำสนำ เป็นต้น
ตัวอย่ำงคดีที่ตัดสินตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนสหภำพยุโรป อันแสดงถึงประเด็นกำรเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่
อ้ำงสิทธิปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำร ในขั้นตอนภำยหลังหรือผลสืบเนื่อง คือ Thlimmenos v. Greece ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ร้อง
ถูกจ�ำคุกเกี่ยวกับกำรปฏิเสธกำรเป็นทหำรโดยพ้นโทษแล้ว ต่อมำ สมัครงำนแต่ถูกปฏิเสธกำรจ้ำงเนื่องจำกเหตุที่เคย
ต้องโทษอำญำ ศำลสูงของกรีซตัดสินว่ำบทบัญญัติตำมกฎหมำยภำยในที่ก�ำหนดคุณสมบัติในกำรเป็นข้ำรำชกำรพลเรือน
ว่ำจะต้องไม่ได้รับโทษจ�ำคุก ดังนั้น กรณีของผู้ร้องซึ่งจะสมัครในต�ำแหน่งด้ำนบัญชีก็ต้องอยู่ภำยใต้กฎหมำยดังกล่ำวด้วย
ผู้ร้องจึงน�ำคดีสู่ศำลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ซึ่งประเด็นส�ำคัญมิได้อยู่ที่ว่ำกำรถูกลงโทษตำมกฎหมำยทหำรนั้น
เป็นกำรละเมิดสิทธิหรือไม่ แต่อยู่ที่ประเด็นว่ำ กฎหมำยที่จ�ำกัดสิทธิในกำรท�ำงำนด้วยเหตุที่ตนถูกลงโทษ ไม่ได้จ�ำแนก
ควำมแตกต่ำงระหว่ำงสำเหตุของโทษหรือฐำนควำมผิด ซึ่งผู้ร้องเห็นว่ำกรณีโทษที่ตนได้รับสืบเนื่องจำกควำมเชื่อทำง
ศำสนำ (ผู้ร้องถูกจ�ำคุกเพรำะปฏิเสธทหำรตำมหลักควำมเชื่อศำสนำ Jehovah’s Witness)
ศำลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปพิจำรณำตำม ข้อ ๙ และ ข้อ ๑๔ ของอนุสัญญำสิทธิมนุษยชนยุโรป แล้วอธิบำยว่ำ “สิทธิ
ที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติของผู้ร้อง ถูกละเมิดเมื่อรัฐละเลยไม่ปฏิบัติแตกต่ำงกันต่อบุคคลในสถำนกำรณ์ที่แตกต่ำงกัน” ศำล
เห็นว่ำ รัฐมีผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมำยในกำรก�ำหนดคุณสมบัติโดยมิให้ผู้ถูกลงโทษจ�ำคุกมีสิทธิท�ำงำนบำงอย่ำง
แต่ต้องอยู่ภำยใต้หลักควำมสมเหตุผลและได้สัดส่วนด้วย ในกรณีนี้ผู้ร้องจะสมัครท�ำงำนในต�ำแหน่งบัญชี และได้รับโทษ
จำกควำมผิดที่ปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุควำมเชื่อทำงศำสนำ ซึ่งมีลักษณะแตกต่ำงจำกอำชญำกรที่ถูกลงโทษใน
ควำมผิดอื่น ๆ กำรถูกลงโทษดังกล่ำวมิได้เกี่ยวพันกับคุณสมบัติของงำนที่ประสงค์จะท�ำ ดังนั้น กำรกีดกันผู้สมัครงำน
ด้วยเหตุที่เคยรับโทษจ�ำคุกจำกกำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรจึงไม่สมเหตุผล (Not Justified)
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ำกำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรนั้น ส่งผลให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติขึ้นได้อีกในขั้นตอนหลังจำกกำร
ปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรแล้ว โดยเฉพำะในประเทศที่มีกำรก�ำหนดโทษอำญำส�ำหรับผู้ปฏิเสธ และมีกำรก�ำหนดคุณสมบัติ
กำรท�ำงำนที่ไม่รับผู้สมัครซึ่งเคยรับโทษจ�ำคุก โดยรวมบุคคลที่ถูกจ�ำคุกเพรำะอ้ำงสิทธิปฏิเสธทหำรด้วยเหตุควำมเชื่อ
506

