Page 504 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 504

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                       กรณีที่ ๒: การรับใช้ชาติทางเลือก (Alternative National Service) กับหลักความเท่าเทียมกันและ
               ไม่เลือกปฏิบัติ
                       แม้รัฐสมำชิกไม่มีควำมผูกพันตำมกฎหมำยในอันจะต้องก�ำหนดให้มีทำงเลือกอื่นในกำรรับใช้ชำตินอกจำกกำร

               เกณฑ์ทหำร แต่คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติ ก็เน้นย�้ำว่ำ สิทธิในกำรมีทำงเลือกดังกล่ำวได้รับกำร
               รับรองตำม ข้อ ๘ ของ ICCPR ดังจะเห็นได้จำก Resolution 1998/77 ซึ่งย�้ำเตือนรัฐสมำชิกว่ำ “ในกรณีที่รัฐนั้นมี
               กำรเกณฑ์ทหำรโดยบังคับ คณะกรรมกำรฯแนะน�ำว่ำรัฐควรจัดให้มีกำรรับใช้ชำติรูปแบบอื่นเป็นทำงเลือกให้กับผู้ปฏิเสธ

               กำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุมโนส�ำนึก โดยกำรรับใช้ชำติทำงเลือกดังกล่ำวควรสอดคล้องกับควำมเชื่อ คุณลักษณะกำรเป็น
               พลเรือนที่ไม่ฝักใฝ่สงครำมและกำรสู้รบ และไม่มีลักษณะของกำรลงโทษ”

                       นอกจำกนี้ แม้รัฐจะก�ำหนดให้มีทำงเลือกอื่นนอกจำกกำรเป็นทหำร แต่ทำงเลือกนั้นต้องไม่มีลักษณะเป็นกำร
               เลือกปฏิบัติหรือมีลักษณะ “ลงโทษ” (Punitive) เช่น คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติพิจำรณำกรณี
                                  608
               ของรัสเซียในปี ๒๐๐๙  แล้วเห็นว่ำ ทำงเลือกอื่นในกำรรับใช้ชำตินั้น มีลักษณะเป็นกำรลงโทษ เนื่องจำกต้องท�ำงำนใน
               สถำนที่อื่นนอกจำกภูมิล�ำเนำ ได้รับเงินเดือนต�่ำกว่ำกำรท�ำงำนในองค์กรสังคมอื่น ๆ รวมทั้งมีข้อจ�ำกัดสิทธิในกำรเดินทำง
               ของบุคคล”

                       ส�ำหรับทำงเลือกในกำรรับใช้ชำติรูปแบบอื่นนอกจำกกำรเกณฑ์ทหำร อำจมีลักษณะเป็นกำรเลือกปฏิบัติเมื่อ
               เปรียบเทียบกับกำรเกณฑ์ทหำร เช่น ก�ำหนดเวลำยำวนำนกว่ำ ในประเด็นนี้คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนฯ ใช้หลักกำร
               พิจำรณำว่ำ ควำมแตกต่ำงกันนั้นมีเหตุผลสมควรหรือเป็นกำร “ลงโทษ” เช่น กรณี Järvinen v. Finland คณะกรรม

               กำรฯ เห็นว่ำ กำรรับใช้ชำติทำงเลือกซึ่งมีระยะยำวนำนกว่ำกำรเป็นทหำรสองเท่ำ ไม่มีลักษณะเป็นกำรลงโทษ และไม่
               เป็นกรณีที่ปรำศจำกเหตุผลสมควร อย่ำงไรก็ตำม ต่อมำคณะกรรมกำรฯ มีแนววินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป เช่น กรณี Foin
                        609
               v. France   คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติ เห็นว่ำ “กฎหมำยและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับกำรรับใช้ชำติ
               ทำงเลือกอำจแตกต่ำงกับกำรเกณฑ์ทหำร เช่น ระยะเวลำที่ยำวนำนกว่ำ โดยไม่เป็นกำรเลือกปฏิบัติหำกอยู่บนพื้นฐำนของ
               เกณฑ์และวัตถุประสงค์ที่สมเหตุผล เช่น ธรรมชำติและลักษณะของกำรท�ำงำนนั้น ควำมจ�ำเป็นในกำรฝึกอบรมส�ำหรับ
               กำรท�ำงำนดังกล่ำว กรณีกฎหมำยฝรั่งเศสที่ก�ำหนดให้กำรบริกำรสังคมอันเป็นกำรรับใช้ชำติทำงเลือกซึ่งมีระยะเวลำ

               ๒๔ เดือน ในขณะที่กำรเป็นทหำรมีเวลำ ๑๒ เดือนซึ่งแตกต่ำงกัน โดยเหตุผลเพียงเพรำะเพื่อกำรทดสอบควำมตั้งใจของ
               บุคคล จึงเห็นว่ำไม่มีเหตุผลสมควร นอกจำกนี้ ในกรณีคล้ำยคลึงกัน คณะกรรมกำรฯ เห็นว่ำกำรรับใช้ชำติทำงเลือกที่ต้อง

                                                                                                  610
               ใช้เวลำยำวนำนกว่ำกำรเป็นทหำร ๒ เท่ำ และ ๑.๗๕ เท่ำ นั้นมีลักษณะเป็นกำร “ลงโทษ” (Punitive)  ในประเด็นนี้
               เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมำยไทยพบว่ำ กฎหมำยเกี่ยวกับกำรเกณฑ์ทหำรของไทยไม่มีกำรก�ำหนดให้มีทำงเลือกในกำร
               รับใช้ชำติรูปแบบอื่น (Alternative national service) จึงไม่มีประเด็นกำรเลือกปฏิบัติระหว่ำงกำรเป็นทหำรกับกำร

               รับใช้ชำติรูปแบบอื่น








                      608     CCPR/C/RUS/CO/6, para. 23

                      609     Communication No. 666/1995, Views adopted on 9 November 1999
                      610     Reply to Recommendation 1518 (2001) of the Parliamentary Assembly on the exercise of the right to
               conscientious objection to military service in Council of Europe member States (Doc. 9379)





                                                               503
   499   500   501   502   503   504   505   506   507   508   509