Page 505 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 505

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                 กรณีที่ ๓: ประเด็นเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เชื้อชาติ การศึกษา ในมิติของการเกณฑ์ทหาร
                 ในบริบทของกำรเกณฑ์ทหำรโดยบังคับนั้น พบว่ำมีประเด็นเกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ศำสนำ
          กำรศึกษำ เช่น



                  ประเด็นความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง จากการจัดประชุมกลุ่มย่อย ผู้ให้ข้อมูลรายหนึ่งให้ความเห็น
          ว่า “กฎหมายเกณฑ์ทหารท�าให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันและเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง เป็นการมองว่าผู้หญิงมีความด้อยกว่า

          ผู้ชาย ทั้งที่ผู้หญิงสามารถเป็นทหารอาชีพได้ สามารถเป็นนักศึกษาวิชาทหารได้ ปัจจุบันมีกฎหมายให้สิทธิเท่าเทียมกัน
          ต่อผู้หญิงหลายฉบับแต่กฎหมายเกณฑ์ทหารยังไม่ก�าหนดหน้าที่ของหญิงให้เท่าเทียมกับชาย นอกจากนี้ การเกณฑ์ทหาร

          หญิงก็ไม่จ�าต้องให้ฝึกเหมือนกับผู้ชายทุกประการ โดยอาจให้ท�าหน้าที่อื่น ๆ ในกองทัพที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของ
          ทหารหญิงก็ได้ แต่การก�าหนดหลักตัดสิทธิผู้หญิงตั้งแต่แรกนั้นเป็นการไม่เท่าเทียมกัน”



                 ตำมกฎหมำยไทยพบว่ำ กฎหมำยที่เกี่ยวข้อง คือ พระรำชบัญญัติรับรำชกำรทหำร พ.ศ. ๒๔๙๗ โดย มำตรำ ๗
          วำงหลักไว้ว่ำ “ชำยที่มีสัญชำติเป็นไทยตำมกฎหมำย มีหน้ำที่รับรำชกำรทหำรด้วยตนเองทุกคน” จะเห็นได้ว่ำ กฎหมำย

          นี้ก�ำหนดหน้ำที่เฉพำะ “ชำย” เท่ำนั้น โดยหลักแล้วจึงเป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกัน (Distinction / Differencial
          Treatment) ด้วยเหตุแห่งเพศ อย่ำงไรก็ตำม จะต้องพิจำรณำต่อไปว่ำ กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันนี้เป็นกำร “เลือกปฏิบัติ”
          (Discrimination) อันขัดต่อหลัก “ควำมเท่ำเทียมกัน” หรือไม่ ทั้งนี้ เหตุผลหลักในกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติที่แตกต่ำง

          กันนี้ คือ ชำยมีสภำพร่ำงกำยที่แตกต่ำงจำกหญิง เหตุผลดังกล่ำวนี้อยู่บนพื้นฐำนแนวคิดว่ำ หญิงมีสภำพร่ำงกำยที่
          แข็งแรงน้อยกว่ำชำย ในขณะที่ปัจจุบันมีทหำรอำชีพซึ่งเป็นหญิง รวมทั้งในกำรศึกษำวิชำทหำรก็ให้สิทธิแก่นักศึกษำ
          หญิงเข้ำศึกษำด้วย นอกจำกนี้ ยังไม่ได้ค�ำนึงถึงกำรปฏิบัติหน้ำที่ทำงกำรทหำรซึ่งแม้ว่ำมีกำรเกณฑ์ทหำรซึ่งเป็นหญิง

          แล้วก็อำจมอบหมำยหน้ำที่หรือภำรกิจแตกต่ำงกันตำมสภำพร่ำงกำยได้ ซึ่งในระดับนี้ก็เป็นกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันแต่
          มีเหตุผลที่สมควร
                 ในประเด็นควำมเท่ำเทียมกันระหว่ำงเพศในมิติของกำรเกณฑ์ทหำรนี้ หำกเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกำแล้ว

          พบว่ำ มีแนวคิดและกำรด�ำเนินกำรทำงกฎหมำยในกำรสร้ำงควำมเท่ำเทียมกันระหว่ำงเพศ จะเห็นได้จำก ในช่วงต้นปี
                                                                                 611
          ๒๐๑๖ มีกำรเสนอร่ำงกฎหมำยเรียกว่ำ “Draft America’s Daughters Act of 2016”   ซึ่งเป็นร่ำงกฎหมำยที่แก้ไข
          กฎหมำยกำรเกณฑ์ทหำร (Military Selective Service Act) โดยขยำยกำรให้ขึ้นทะเบียนและกำรเกณฑ์ทหำรในระบบ
                                              612
          กำรคัดเลือก (Selective Service System)  ซึ่งปัจจุบันใช้บังคับเฉพำะผู้ชำยอำยุระหว่ำง ๑๘-๒๖ ปี ให้ครอบคลุม
          ผู้หญิงในช่วงอำยุดังกล่ำวด้วย ฝ่ำยสิทธิสตรีส่วนหนึ่งเห็นว่ำ กฎหมำยเกณฑ์ทหำรปัจจุบันที่ใช้บังคับเฉพำะผู้ชำยนั้น

          เป็นกำรเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง ดังนั้น กำรเพิ่มผู้หญิงเข้ำไปในกำรเกณฑ์ทหำรจะท�ำให้น�ำไปสู่ควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ








                 611     ร่ำงกฎหมำยนี้เสนอโดยสมำชิกสภำผู้แทนสองคน คือ Duncan Hunter และ Ryan Zinke สืบค้นจำกhttps://www.

          congress.gov/bill/114th-congress/house-bill/4478/text
                 612    Selective Service System (SSS) เป็นองค์กรอิสระที่มีหน้ำที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับกำรขึ้นทะเบียนทหำร โดยพลเมือง
          สหรัฐที่เป็นชำยทุกคนในช่วงอำยุที่ก�ำหนดจะต้องลงทะเบียนภำยใน ๓๐ วันนับจำกวันครบอำยุ ๑๘ ปี





                                                         504
   500   501   502   503   504   505   506   507   508   509   510