Page 508 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 508

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





               ศำสนำเข้ำไปด้วย ในประเด็นนี้หำกพิจำรณำกฎหมำยไทยที่เกี่ยวข้องกับกำรก�ำหนดคุณสมบัติกำรท�ำงำนจะพบว่ำ ใน
               กฎหมำยที่ก�ำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับ “เคยต้องค�ำพิพำกษำให้ลงโทษจ�ำคุก” นั้น มิได้จ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงผู้ได้
               รับโทษจำกกำรแสดงออกหรือคัดค้ำนกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุควำมเชื่อ ศำสนำ (บำงกรณีมีกำรจ�ำแนกควำมแตกต่ำง

               เฉพำะโทษอำญำที่กระท�ำโดย “เจตนำ” กับโทษที่กระท�ำ “โดยประมำท” เท่ำนั้น) ท�ำให้บุคคลที่ปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำร
               ด้วยเหตุควำมเชื่อ ศำสนำ ซึ่งมีควำมผิดและต้องโทษจ�ำคุกตำมกฎหมำยเกี่ยวกับกำรเกณฑ์ทหำร ไม่สำมำรถเข้ำท�ำงำน
                                                                     614
               ในหน่วยงำนของรัฐและเอกชนที่มีกำรก�ำหนดคุณสมบัติดังกล่ำวไว้
                        ในแง่นี้จะเห็นได้ว่ำ ตำมกฎหมำยไทยยังไม่สอดคล้องกับหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุควำมเชื่อ ศำสนำ ถึง
               สองระดับ กล่ำวคือ ในระดับแรก ไม่เปิดโอกำสให้บุคคลปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรด้วยเหตุควำมเชื่อ ศำสนำ และในระดับ

               ที่สอง หำกบุคคลใดท�ำกำรปฏิเสธกำรเกณฑ์ทหำรจนได้รับโทษจ�ำคุก ก็ยังมีกฎหมำยที่ก�ำหนดคุณสมบัติกำรท�ำงำนโดย
               ไม่จ�ำแนกควำมแตกต่ำงระหว่ำงโทษที่เกิดจำกกำรปฏิเสธด้วยเหตุควำมเชื่อ ศำสนำ




               ๔.๒๕ การเลือกปฎิบัติด้วยเหตุแห่งการสูบบุหรี่




                       กำรน�ำเหตุเกี่ยวกับพฤติกรรมกำรสูบบุหรี่ของบุคคลมำใช้ในกำรตัดสินใจในบริบทกำรท�ำงำน อำจประกอบ
               ด้วยพฤติกรรมย่อยหลำยประกำรทั้งในช่วงก่อนกำรเกิดควำมสัมพันธ์ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน เช่น กำรก�ำหนดให้ “กำร
               สูบบุหรี่” เป็นคุณสมบัติต้องห้ำมส�ำหรับผู้สมัครงำน กำรใช้ค�ำถำมเกี่ยวกับพฤติกรรมกำรสูบบุหรี่ในกระบวนกำร

               คัดเลือก เช่น กำรสัมภำษณ์หรือในใบสมัครงำน ส�ำหรับช่วงหลังกำรเกิดควำมสัมพันธ์ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนแล้ว ก็มี
               กำรน�ำ “กำรสูบบุหรี่” มำประกอบกำรพิจำรณำตัดสินใจในเงื่อนไขต่ำง ๆ เช่น กำรเลื่อนขั้น เลื่อนต�ำแหน่ง กำรเลิกจ้ำง
               เป็นต้น เมื่อพิจำรณำในกรอบกฎหมำยสิทธิมนุษยชนจะเห็นได้ว่ำ บุคคลที่สูบบุหรี่ได้รับกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงจำกบุคคล

               อื่นเพียงเพรำะเหตุพฤติกรรมกำรสูบบุหรี่ จึงน�ำไปสู่ประเด็นค�ำถำมว่ำ บุคคลที่ได้รับกำรปฏิบัติแตกต่ำงจำกบุคคลอื่นด้วย
               เหตุนี้ จะได้รับกำรคุ้มครองตำมหลักกฎหมำยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับกำรห้ำมเลือกปฏิบัติหรือไม่ อย่ำงไร โดยทั่วไปแล้ว
               อำจพิจำรณำได้ว่ำ กำรปฎิบัติต่อบุคคลหนึ่งแตกต่ำงจำกอีกบุคคลหนึ่งที่มีคุณสมบัติต่ำง ๆ เหมือนกัน เพียงเพรำะเหตุ

               ที่บุคคลนั้นมีพฤติกรรมหรือรสนิยมในกำรสูบบุหรี่ โดยหลักแล้วจึงเป็น “กำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกัน” ซึ่งหำกเข้ำเหตุแห่ง
               กำรเลือกปฏิบัติแล้ว ก็อำจจัดเป็นกำร “เลือกปฏิบัติ” ได้ อย่ำงไรก็ตำม เนื่องจำก “กำรสูบบุหรี่” มีปัญหำว่ำจะจัดอยู่

               ใน “เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ” ตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ในส่วนนี้จะชี้ให้เห็นหลักกฎหมำยสหรัฐอเมริกำเพื่อ
               น�ำไปวิเครำะห์เปรียบเทียบกับกฎหมำยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกฎหมำยไทยต่อไป



                       จำกกำรศึกษำพบว่ำ ในสหรัฐอเมริกำมีกฎหมำยระดับมลรัฐวำงหลักห้ำมเลือกปฎิบัติในมิติของกำรจ้ำงแรงงำน
               ด้วยเหตุ “กำรสูบบุหรี่” ไว้โดยเฉพำะ เช่นกฎหมำยดังต่อไปนี้








                      614
                           ส�ำหรับประเด็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุ “ประวัติอำชญำกรรม” นั้นได้แยกวิเครำะห์เป็นหัวข้อต่ำงหำก โดยในหัวข้อนี้
               จะเน้นศึกษำเฉพำะประวัติอำชญำกรรมที่สืบเนื่องจำกกำรเกณฑ์ทหำรและควำมเชื่อทำงศำสนำ





                                                               507
   503   504   505   506   507   508   509   510   511   512   513