Page 484 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 484
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
๓. สิทธิกำรปฏิเสธในกรณีผู้ที่ประสงค์เข้ำพักในกรณี “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ำบุคคลนั้นเป็นโรค
ติดต่ออันตรำยหรือโรคติดต่อตำมกฎหมำยว่ำด้วยโรคติดต่อ” มีปัญหำว่ำโรคติดต่อจะหมำยควำมถึงโรคอะไรบ้ำง
เนื่องจำกพระรำชบัญญัติโรงแรมมิได้ก�ำหนดรำยละเอียดชื่อโรคไว้ แต่ระบุเชื่อมโยงไปยังกฎหมำยว่ำด้วยโรคติดต่อ
โดยปัจจุบันกฎหมำยเฉพำะเกี่ยวกับโรคติดต่อ คือ พระรำชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งก�ำหนดนิยำม
560
ของโรคติดต่อ ไว้ ๓ ประเภท คือ โรคติดต่อ โรคติดต่ออันตรำย และ โรคติดต่อที่ต้องเฝ้ำระวัง ดังนั้น หำกโรคใด
สำมำรถจัดอยู่ในควำมหมำยของ “โรคติดต่อ” ตำมพระรำชบัญญัตินี้ โรงแรมก็อำจปฏิเสธกำรให้บริกำรที่พักโดย
อ้ำงเหตุ “โรคติดต่อตำมกฎหมำยว่ำด้วยโรคติดต่อ” นอกจำก “โรคติดต่อ” แล้ว ในส่วนของ “โรคติดต่ออันตรำย”
นั้นเมื่อพิจำรณำตำมพระรำชบัญญัติดังกล่ำว พบว่ำมิได้ก�ำหนดรำยชื่อโรคใดให้เป็นโรคติดต่ออันตรำยโดยเฉพำะ ซึ่ง
กฎหมำยก�ำหนดให้รัฐมนตรีโดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมกำรโรคติดต่อแห่งชำติ มีอ�ำนำจออกประกำศก�ำหนดชื่อ
และอำกำรส�ำคัญของโรคติดต่ออันตรำยและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้ำระวัง ขณะที่จัดท�ำงำนวิจัยนี้ยังไม่มีกำรออกประกำศ
ก�ำหนดรำยชื่อโรคตำมพระรำชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชำติ ดังนั้น หำกมีกำรก�ำหนดให้โรคใดเป็นโรคติดต่ออันตรำย
ตำมพระรำชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชำติ โรงแรมก็มีสิทธิปฏิเสธกำรเข้ำพักของผู้เป็นโรคติดต่อดังกล่ำวได้ โดยอ้ำงเหตุ
ว่ำ มีเหตุควรเชื่อว่ำบุคคลที่ประสงค์เข้ำพักนั้นเป็น “โรคติดต่ออันตรำยตำมกฎหมำยว่ำด้วยโรคติดต่อ” ส�ำหรับกรณี
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้นอำจจัดอยู่ในควำมหมำยของ “โรคติดต่อ” ตำมพระรำชบัญญัติโรคติดต่อ ดังนั้น ตำมพระรำช
บัญญัติโรงแรมแล้ว ทำงโรงแรมจึงอำจปฏิเสธกำรเข้ำพักของผู้ป่วยโรคนี้ได้ แต่ทั้งนี้กำรปฏิเสธต้องอยู่ภำยใต้เงื่อนไข
ว่ำ “มีเหตุอันควรเชื่อ” ว่ำบุคคลนั้นเป็นโรคติดต่อด้วย ดังนั้น หำกไม่มีหลักฐำนหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ำผู้มำติดต่อ
ขอพักเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ เช่น องค์กรเครือข่ำยเอกชนที่ด�ำเนินกำรเกี่ยวกับโรคเอดส์มำติดต่อขอเข้ำพักเพื่อประชุม
สัมมนำที่โรงแรมแห่งหนึ่งเป็นเวลำ ๓ วัน ดังนี้โรงแรมก็ไม่สำมำรถปฏิเสธกำรเข้ำพักของบุคคลผู้ท�ำงำนเกี่ยวข้องกับ
โรคเอดส์ทุกคน เนื่องจำกกำรปฏิเสธดังกล่ำวมีขอบเขตจ�ำกัดเฉพำะต่อบุคคลที่น่ำเชื่อว่ำเป็นผู้ติดเชื้อเท่ำนั้น
๔. นิติสัมพันธ์ระหว่ำงโรงแรมกับลูกค้ำนั้นอำจเกี่ยวข้องกับสัญญำหลำยลักษณะ เช่น ลูกค้ำมำ
ใช้บริกำรห้องอำหำร ลูกค้ำมำใช้บริกำรประชุม สัมมนำ จัดกิจกรรมต่ำง ๆ ลูกค้ำมำใช้บริกำรห้องพัก จึงมีประเด็น
ว่ำ กำรปฏิเสธกำรให้บริกำรตำมพระรำชบัญญัติโรงแรมนั้น ครอบคลุมถึงกำรบริกำรอื่น ๆ นอกจำกห้องพักด้วยหรือ
ไม่ เช่น ปฏิเสธกำรให้บริกำรห้องจัดเลี้ยง ประชุมสัมมนำ ปฏิเสธกำรให้บริกำรอำหำร ในประเด็นนี้ เมื่อเปรียบเทียบ
561
กับหลักกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์เกี่ยวกับควำมรับผิดในทรัพย์สินของแขกนั้น
ผู้วิจัยเห็นว่ำ ควำมรับผิดทำงทรัพย์สินตำมกฎหมำยแพ่งนั้นครอบคลุมเฉพำะกรณีแขกที่มำ
562
พักโรงแรมเท่ำนั้น ไม่รวมถึงแขกที่มำใช้บริกำรอื่น ส�ำหรับพระรำชบัญญัติโรงแรมวำงหลักควบคุมกำรประกอบ
ธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีขอบเขตที่กว้ำงกว่ำกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ว่ำด้วยวิธีเฉพำะส�ำหรับเจ้ำส�ำนักโรงแรมดังกล่ำว
560 พระรำชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๘ มำตรำ ๔ ก�ำหนดว่ำ “โรคติดต่อ” หมำยควำมว่ำ โรคที่เกิดจำกเชื้อโรค
หรือพิษของเชื้อโรคซึ่งสำมำรถแพร่โดยทำงตรงหรือทำงอ้อมมำสู่คน “โรคติดต่ออันตรำย” หมำยควำมว่ำ โรคติดต่อที่มีควำมรุนแรงสูง
และสำมำรถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่ำงรวดเร็ว “โรคติดต่อที่ต้องเฝ้ำระวัง” หมำยควำมว่ำ โรคติดต่อที่ต้องมีกำรติดตำม ตรวจสอบ หรือ
จัดเก็บข้อมูลอย่ำงต่อเนื่อง
561 วิธีเฉพำะส�ำหรับเจ้ำส�ำนักโรงแรม วำงหลักเกี่ยวข้องกับกำรด�ำเนินกิจกำรโรงแรมเฉพำะกรณีควำมรับผิดของโรงแรม
ต่อทรัพย์สินที่แขกอำศัยได้พำมำ
562 คณำธิป ทองรวีวงศ์, กฎหมำยเกี่ยวกับกำรท่องเที่ยว (กรุงเทพมหำนคร: นิติธรรม, ๒๕๕๘), หน้ำ ๕๔๑-๕๔๓
483

