Page 479 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 479

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ



                          ข้อวิเคราะห์:  จะเห็นได้ว่ำ
          กฎหมำยฉบับนี้มิได้ก�ำหนดให้สิทธิแก่บุคคลในกำร

          ปฏิเสธสินค้ำและบริกำรแก่บุคคลอื่นโดยตรง แต่
          ก�ำหนดหน้ำที่ให้แก่รัฐบำลระดับรัฐ ในกำรที่จะไม่
          กระท�ำกำรใด ๆ อันเป็นกำรเลือกปฏิบัติต่อบุคคล

          ที่กระท�ำกำรบำงอย่ำงตำมควำมเชื่อทำงศำสนำ
          (The state government shall not take any

          discriminatory action against…) ซึ่งหมำยถึง
          กำรห้ำมรัฐบำลในกำรตรำกฎหมำยห้ำมองค์กร
          หรือบุคคลดังกล่ำวกระท�ำกำรเลือกปฏิบัติต่อบุคคล

          อื่น ตัวอย่ำงเช่น องค์กรศำสนำอำจปฏิเสธกำรจ้ำงงำนหรือกำรจัดพิธีทำงศำสนำต่อบุคคลที่มีรสนิยมทำงเพศรักเพศ
          เดียวกัน กำรปฏิเสธเช่นนี้เป็นกำรเลือกปฏิบัติ ตำมกฎหมำยนี้ห้ำมรัฐบำลตรำกฎหมำยใด ๆ ที่มีหลักกำรห้ำมองค์กร
          ศำสนำกระท�ำกำรเช่นนี้ โดยมีเหตุผลว่ำหำกมีกำรตรำกฎหมำยห้ำมกระท�ำกำรดังกล่ำวจะเป็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุ

          ศำสนำและควำมเชื่อ
                          เหตุผลของกำรที่หลำยรัฐมีควำมพยำยำมบัญญัติกฎหมำยลักษณะนี้ สืบเนื่องจำกกำรที่ศำลสูงสุด
          สหรัฐอเมริกำได้รับรองสิทธิในกำรสมรสของคนเพศเดียวกันในเดือนมิถุนำยน ๒๕๕๙ โดยศำลสูงสุดสหรัฐอเมริกำได้

                 551
          ตัดสินว่ำ  กฎระเบียบในระดับรัฐซึ่งห้ำมกำรสมรสระหว่ำงคนเพศเดียวกันนั้นเป็นกำรขัดต่อรัฐธรรมนูญ เหตุผลส�ำคัญ
          ประกำรหนึ่งของค�ำตัดสินก็คือ เนื่องจำกกฎหมำยระดับรัฐเหล่ำนั้นขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญฉบับ

          แก้ไขครั้งที่ ๑๔ (Equal Protection) ค�ำตัดสินดังกล่ำวส่งผลให้รัฐต่ำง ๆ ต้องจดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักเพศเดียวกัน
          ซึ่งก่อนหน้ำค�ำพิพำกษำนี้มีหลำยรัฐที่ไม่ยอมรับกำรจดทะเบียนดังกล่ำว อย่ำงไรก็ตำม ค�ำพิพำกษำนี้ส่งผลต่อเนื่อง
          ให้กลุ่มองค์กร บุคคลที่ยึดมั่นในควำมเชื่อทำงศำสนำที่ไม่ยอมรับกำรสมรสระหว่ำงคนเพศเดียวกัน ด�ำเนินกำรปฏิเสธ

          กำรให้บริกำร กำรจ�ำหน่ำยสินค้ำแก่คู่รักเพศเดียวกัน โดยเฉพำะในกรณีที่คู่รักเพศเดียวกันเหล่ำนั้นจะท�ำกำรสมรส เช่น
          ผู้ให้บริกำรจัดงำนแต่งงำนปฏิเสธไม่รับบริกำรคู่รักเพศเดียวกัน ฝ่ำยที่สนับสนุนแนวคิดทำงศำสนำนี้จึงเรียกร้องให้รัฐตรำ

          กฎหมำยคุ้มครองสิทธิในกำรปฏิเสธดังกล่ำว


                          กฎหมำยที่อนุญำตให้มีกำรเลือกปฏิบัติในมิติสินค้ำและบริกำรแก่คู่รักเพศเดียวกันนี้ สะท้อนให้เห็นถึง

          ควำมขัดแย้งระหว่ำงเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ ๒ เหตุ กล่ำวคือ
                           เหตุแห่งศำสนำ หรือควำมเชื่อ: ฝ่ำยที่ประสงค์จะปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรให้แก่บุคคลที่รักเพศ
          เดียวกัน (Homosexual) นั้นขัดแย้งกับควำมเชื่อทำงศำสนำของฝ่ำยที่ปฏิเสธ เมื่อพิจำรณำด้ำนนี้ หำกกฎหมำยวำงหลัก

          ห้ำมเลือกปฏิบัติซึ่งจะส่งผลให้ฝ่ำยนี้จ�ำต้องให้บริกำรหรือจ�ำหน่ำยสินค้ำแก่คู่รักร่วมเพศ ก็เท่ำกับเป็นกำรบังคับให้ฝ่ำยนี้
          ต้องกระท�ำกำรอันฝ่ำฝืนต่อควำมเชื่อทำงศำสนำ จึงมองว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติ
                          เหตุแห่งเพศ รสนิยมทำงเพศ: ฝ่ำยที่อ้ำงสิทธิในควำมเท่ำเทียมกันระหว่ำงคู่รักเพศเดียวกันกับ

          คู่รักต่ำงเพศ เมื่อพิจำรณำในด้ำนนี้กำรปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรดังกล่ำวนั้นก็เป็นกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ รสนิยม
          ทำงเพศ กล่ำวคือ มีกำรปฏิบัติที่แตกต่ำงกันเพียงเพรำะเหตุของควำมมีรสนิยมทำงเพศที่รักเพศเดียวกันเท่ำนั้น ฝ่ำยนี้จึง




                 551
                      From “Obergefell v. Hodges” 576 U.S. (2015)



                                                        478
   474   475   476   477   478   479   480   481   482   483   484