Page 480 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 480
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
มองว่ำ กฎหมำยนี้เปิดทำงให้องค์กรศำสนำ รวมถึงบุคคลทั่วไป ที่จะปฏิเสธให้บริกำรหรือจ�ำหน่ำยสินค้ำแก่บุคคลอื่นด้วย
เหตุผลข้ออ้ำงควำมเชื่อทำงศำสนำหรือศีลธรรม
ข้อที่น่ำสังเกตก็คือ กฎหมำยบำงมลรัฐ เช่น Mississippi ก�ำหนดนิยำมควำมหมำยของควำมเชื่อทำง
ศำสนำและศีลธรรมไว้อย่ำงเจำะจงลงไปว่ำเฉพำะควำมเชื่อว่ำกำรสมรสและกำรมีเพศสัมพันธ์จะต้องเกิดขึ้นระหว่ำงบุคคล
ที่มีเพศสภำพโดยก�ำเนิดแตกต่ำงกันเท่ำนั้น ดังนั้น หลังจำกกฎหมำยนี้ใช้บังคับ อำจมีกำรเลือกปฏิบัติด้วยกำรปฏิเสธสินค้ำ
หรือบริกำร ในกรณีดังต่อไปนี้ เช่น โบสถ์ปฏิเสธกำรท�ำพิธีสมรสให้กับคู่รักเพศเดียวกัน ผู้ให้บริกำรจัดงำนและวำงแผน
กำรสมรสรวมทั้งผู้ให้บริกำรและจ�ำหน่ำยสินค้ำต่ำง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกำรสมรส สำมำรถปฏิเสธกำรให้บริกำรและสินค้ำ
552
ดังกล่ำวแก่คู่สมรสเพศเดียวกันได้ โดยกฎหมำยนี้ห้ำมรัฐในกำรตรำกฎหมำยอื่นที่มีผลห้ำมกำรปฏิเสธดังกล่ำว
หำกพิจำรณำตำมกฎหมำยไทยปัจจุบันพบว่ำ พระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ.
๒๕๕๘ เป็นกฎหมำยเฉพำะซึ่งมีหลักกำรโดยตรงในกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ หำกพิจำรณำ มำตรำ ๓ จะ
เห็นได้ว่ำมีกำรนิยำมควำมหมำยของกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ ไว้ว่ำ หมำยถึง “กำรกระท�ำหรือไม่
กระท�ำกำรใดอันเป็นกำรแบ่งแยก กีดกัน หรือจ�ำกัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่ำทำงตรงหรือทำงอ้อม โดยปรำศจำกควำม
ชอบธรรม เพรำะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชำยหรือเพศหญิง หรือมีกำรแสดงออกที่แตกต่ำงจำกเพศโดยก�ำเนิด” ดังนั้น
โดยหลักแล้วกำรปฏิเสธกำรให้บริกำรหรือสินค้ำแก่บุคคลด้วยเหตุแห่งเพศก็เป็นกำรฝ่ำฝืนกฎหมำยนี้
นอกจำกนี้ ยังมีหลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติที่ส�ำคัญในมำตรำ ๑๗ คือ
“กำรก�ำหนดนโยบำย กฎ ระเบียบ ประกำศ มำตรกำร โครงกำร หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงำนของรัฐ
องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ระหว่ำงเพศจะกระท�ำมิได้”
กำรด�ำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสำมำรถใช้สิทธิและเสรีภำพ
ได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภำพและควำมปลอดภัย หรือกำรปฏิบัติตำมหลักกำรทำงศำสนำ หรือ
เพื่อควำมมั่นคงของประเทศ ย่อมไม่ถือเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ”
หำกน�ำหลักกำรของกฎหมำย “คุ้มครองเสรีภำพในควำมเชื่อจำกกำรเลือกปฏิบัติโดยรัฐบำล"
(Protecting Freedom of Conscience from Government Discrimination Act) ของรัฐ Mississippi มำวิเครำะห์
กับหลักกำรตำมกฎหมำยไทยจะเห็นได้ว่ำ กำรให้สิทธิบุคคลหรือองค์กรในกำรปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรด้วยเหตุแห่งเพศ
เป็นกำรขัดแย้งต่อหลักกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยของไทย ไม่ว่ำจะเป็นกำรก�ำหนดระเบียบแนวปฏิบัติขององค์กร
เอกชนหรือของรัฐก็ตำม อย่ำงไรก็ตำม ยังมีประเด็นที่น่ำพิจำรณำก็คือ มำตรำ ๑๗ วรรคสอง เปิดโอกำสให้มีกำร
ปฏิบัติแตกต่ำงต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศได้หำกเป็นกรณี “ปฏิบัติตำมหลักกำรทำงศำสนำ” จะเห็นได้ว่ำข้อยกเว้นนี้
มีลักษณะคล้ำยคลึงกับกฎหมำยระดับมลรัฐของสหรัฐอเมริกำดังกล่ำวข้ำงต้น ดังนั้น หำกมีกำรก�ำหนดนโยบำย กฎ
ระเบียบ ประกำศ มำตรกำร โครงกำร หรือวิธีปฏิบัติ เพื่อเปิดโอกำสให้ปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรแก่บุคคลอื่นด้วยเหตุ
แห่งเพศ เพื่อเหตุผลทำงศำสนำ ก็อำจเกิดขึ้นได้โดยอำศัยข้อยกเว้นนี้
552
อย่ำงไรก็ตำม ผู้วิจัยเห็นว่ำ กฎหมำยนี้จ�ำกัดขอบเขตเฉพำะกำรปฎิเสธสินค้ำและบริกำรในบำงมิติ โดยเฉพำะที่เกี่ยวเนื่อง
กับกำรสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ดังนั้น ในกรณีที่คู่รักเพศเดียวกันซื้อสินค้ำหรือบริกำรอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมำยนี้ เช่น ไปซื้อ
สินค้ำอุปโภคบริโภคในห้ำงสรรพสินค้ำ ผู้ประกอบกำรก็ไม่สำมำรถอ้ำงกฎหมำยนี้เพื่อปฎิเสธกำรจ�ำหน่ำยสินค้ำได้ หำกมีกำรปฎิเสธขึ้นก็จะ
ตกอยู่ภำยใต้หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติทั่วไปตำมกฎหมำยรัฐนั้น
479

