Page 477 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 477
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับควำมเชื่อจะต้องไม่ถูกบังคับให้ท�ำกำรให้เช่ำ หรือให้อนุญำตบุคคลอื่นใช้
ทรัพย์สินของตนส�ำหรับท�ำกิจกรรมใด ๆ ซึ่งขัดแย้งกับควำมเชื่อขององค์กรนั้น
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับควำมเชื่อจะต้องไม่ถูกบังคับให้จัดหำบริกำรทำงสังคม กำรศึกษำ หรือกำรกุศล
ซึ่งขัดหรือแย้งกับควำมเชื่อทำงศำสนำโดยสุจริตดังที่ปรำกฏในแนวปฏิบัติ กำรแสดงออก หรือกล่ำวไว้อย่ำงชัดเจนในสิ่ง
แสดงถึงควำมเชื่อนั้น”
ร่ำงกฎหมำยนี้หำกมีผลกระทบ เช่น โบสถ์สำมำรถปฏิเสธไม่ท�ำพิธีสมรสระหว่ำงคนเพศเดียวกัน
องค์กร สมำคม สำมำรถปฏิเสธกำรให้เช่ำสถำนที่จัดงำนสมรสระหว่ำงคนเพศเดียวกัน รวมทั้งสำมำรถก�ำหนดนโยบำย
แนวปฏิบัติ ระเบียบกำรใช้บริกำรที่จ�ำกัดสิทธิบุคคลรักเพศเดียวกันได้ นอกจำกนั้น กฎหมำยนี้จะมีผลกระทบต่อกฎหมำย
ท้องถิ่นในเมืองต่ำง ๆ ของ Georgia ที่วำงหลักห้ำมเลือกปฏิบัติบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศ จะเห็นได้ว่ำโดยหลักแล้วกฎหมำย
นี้วำงหลักกำรเลือกปฏิบัติโดยตรงด้วยเหตุแห่งเพศ อย่ำงไรก็ตำม ในเดือนมีนำคม ๒๕๕๙ ผู้ว่ำกำรรัฐ (Nathan Deal)
ใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ร่ำงกฎหมำยนี้
เมื่อวิเครำะห์หลักกำรของร่ำงกฎหมำยนี้จะเห็นว่ำ อำจพิจำรณำได้สองด้ำน กล่ำวคือ ในด้ำนหนึ่ง
ฝ่ำยอนุรักษ์นิยมและกลุ่มองค์กรศำสนำอ้ำงเหตุผลสนับสนุนร่ำงกฎหมำยนี้ว่ำเป็นกำรรับรองสิทธิให้บุคคลผู้มีควำมเชื่อ
ทำงศำสนำ (ที่คัดค้ำนกำรรักร่วมเพศ) สำมำรถแสดงออกซึ่งควำมเชื่อตำมศำสนำของตน (โดยกำรปฏิเสธไม่ให้บริกำร
กับคนรักร่วมเพศ) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หำกบังคับให้บุคคลเหล่ำนี้ต้องให้บริกำรต่ำง ๆ กับผู้รักร่วมเพศก็เท่ำกับเป็นกำร
จ�ำกัดสิทธิในควำมเชื่อทำงศำสนำและกำรแสดงออกทำงศำสนำ อย่ำงไรก็ตำมในอีกด้ำนหนึ่ง ฝ่ำยที่คัดค้ำนร่ำงกฎหมำย
นี้อ้ำงว่ำกฎหมำยเปิดทำงให้เลือกปฏิบัติในมิติของกำรให้บริกำร กำรจ�ำหน่ำยสินค้ำ ด้วยเหตุแห่งเพศ รสนิยมทำงเพศ
อัตลักษณ์ทำงเพศ จะเห็นได้ว่ำกรณีร่ำงกฎหมำยนี้เกี่ยวข้องกับสองเหตุ กล่ำวคือ ควำมเชื่อทำงศำสนำ และควำม
หลำกหลำยทำงเพศ ซึ่งต่ำงก็เป็นเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติอันได้รับกำรคุ้มครองตำมกฎหมำยเช่นเดียวกัน กรณีนี้จึง
อยู่ที่กำรให้น�้ำหนักระหว่ำงเหตุทั้งสองนี้ โดยฝ่ำยนิติบัญญัติผู้ร่ำงและผ่ำนกฎหมำยให้น�้ำหนักไปในทำงกำรคุ้มครอง
กำรแสดงออกตำมควำมเชื่อทำงศำสนำ ในขณะที่ผู้ว่ำกำรรัฐซึ่งใช้สิทธิยับยั้งร่ำงกฎหมำย ให้น�้ำหนักไปในทำงคุ้มครอง
เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติด้ำนเพศ รวมทั้งมีเหตุผลเชิงเศรษฐกิจ กำรค้ำ กำรลงทุนด้วย เนื่องจำกกำรเลือกปฏิบัติด้ำน
สินค้ำและบริกำรตำมกฎหมำยนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำรค้ำของรัฐ
หำกพิจำรณำตำมกฎหมำยไทยปัจจุบันพบว่ำ พระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ.
๒๕๕๘ เป็นกฎหมำยเฉพำะซึ่งมีหลักกำรโดยตรงในกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ หำกพิจำรณำ มำตรำ ๓ จะเห็น
ได้ว่ำมีกำรนิยำมควำมหมำยของกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ ไว้ว่ำ หมำยถึง “กำรกระท�ำหรือไม่กระท�ำ
กำรใดอันเป็นกำรแบ่งแยก กีดกัน หรือจ�ำกัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่ำทำงตรงหรือทำงอ้อม โดยปรำศจำกควำมชอบธรรม
เพรำะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชำยหรือเพศหญิง หรือมีกำรแสดงออกที่แตกต่ำงจำกเพศโดยก�ำเนิด” นอกจำกนี้ ยังมี
หลักกำรห้ำมเลือกปฏิบัติที่ส�ำคัญในมำตรำ ๑๗ คือ “กำรก�ำหนดนโยบำย กฎ ระเบียบ ประกำศ มำตรกำร โครงกำร
หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงำนของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ระหว่ำงเพศจะกระท�ำมิได้” หำกน�ำหลักกำรของร่ำงกฎหมำย House Bill 757 ของรัฐ Georgia มำวิเครำะห์กับหลักกำร
ตำมกฎหมำยไทยจะเห็นได้ว่ำ กำรให้สิทธิบุคคลหรือองค์กรในกำรปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรด้วยเหตุแห่งเพศเป็นกำรขัดแย้ง
ต่อหลักกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยนี้ ไม่ว่ำจะเป็นกำรก�ำหนดระเบียบแนวปฏิบัติขององค์กรเอกชนหรือของรัฐก็ตำม
อย่ำงไรก็ตำม ยังมีประเด็นที่เป็นปัญหำว่ำ หำกมีกำรตรำกฎหมำยจ�ำกัดสิทธิเช่นนี้โดยอ้ำงเหตุว่ำ “มีเหตุอันชอบธรรม”
เนื่องจำกควำมเชื่อทำงศำสนำจะสำมำรถท�ำได้หรือไม่ ซึ่งก็คงต้องอำศัยแนวค�ำพิพำกษำของศำลในกำรตีควำม
ประเด็นนี้ต่อไป
476

