Page 474 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 474
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ควำมหมำยของโรงแรม และหลักกำรควบคุมกำรด�ำเนินธุรกิจโรงแรม หน้ำที่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้จัดกำรโรงแรม ในส่วน
544
ที่เกี่ยวกับกำรรับลูกค้ำหรือแขกเข้ำพักแรมนั้น หำกพิจำรณำกฎหมำยแล้วพบว่ำ มีควำมเกี่ยวพันกับกฎหมำย ๒ ฉบับ
คือ ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ และ พระรำชบัญญัติโรงแรม
ในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมำยแพ่งนั้นพบว่ำ กำรเข้ำพักแรมในโรงแรม เป็นกำรแสดงเจตนำท�ำนิติกรรม
ตำมหลักค�ำเสนอและค�ำสนองของฝ่ำยโรงแรมและแขกผู้เข้ำพัก ในกรณีที่แขกเป็นฝ่ำยเริ่มท�ำค�ำเสนอนั้น โรงแรมอำจ
สนองรับหรือไม่ก็ได้ภำยใต้หลักเสรีภำพของกำรแสดงเจตนำ หำกตกลงสนองรับ ก็จะเกิดสัญญำระหว่ำงโรงแรมและ
แขกผู้เข้ำพัก หำกโรงแรมไม่ประสงค์รับแขกผู้นั้นเข้ำพักก็อำจไม่ท�ำค�ำสนอง ส�ำหรับเหตุทั่วไปของกำรที่โรงแรมไม่สนอง
รับค�ำเสนอขอเข้ำพักจำกแขก เช่น ห้องพักเต็ม เป็นต้น อย่ำงไรก็ตำม ในส่วนของกฎหมำยแพ่งนี้ มิได้มีกำรก�ำหนดหลัก
กำรแทรกแซงกำรแสดงเจตนำของทั้งฝ่ำยโรงแรมและฝ่ำยแขกผู้เข้ำพัก จึงยังคงเป็นไปตำมหลักเสรีภำพในกำรแสดง
เจตนำท�ำสัญญำทั่วไป
อย่ำงไรก็ตำม หำกพิจำรณำพระรำชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว พบว่ำกฎหมำยฉบับนี้ก�ำหนด
หน้ำที่ส�ำหรับผู้จัดกำรโรงแรมให้ต้องรับบุคคลทั่วไปที่ประสงค์เข้ำพักโรงแรม โดยมำตรำ ๕๘ ก�ำหนดโทษทำงปกครอง
แก่ผู้จัดกำรกรณีที่ปฏิเสธไม่รับบุคคลที่ประสงค์จะเข้ำพักในโรงแรมโดยไม่มีเหตุ ตำมมำตรำ ๓๙ เอำไว้ว่ำ มีโทษปรับ
ทำงปกครองตั้งแต่ห้ำพันบำทถึงสองหมื่นบำท ดังนั้น กรณีกำรตกลงเข้ำพักในโรงแรมนั้นไม่อำจพิจำรณำตำมกฎหมำย
แพ่งเท่ำนั้น หำกแต่ต้องพิจำรณำกฎหมำยมหำชน คือ พระรำชบัญญัติโรงแรมฯ ประกอบด้วย อำจกล่ำวได้ว่ำ โดยหลัก
แล้วผู้จัดกำรมีหน้ำที่ตำมกฎหมำยต้องงดเว้นกำรปฏิเสธไม่รับผู้ประสงค์เข้ำพัก กล่ำวอีกนัยหนึ่งก็คือผู้จัดกำรมีหน้ำที่รับ
บุคคลที่ประสงค์เข้ำพักในโรงแรมทุกคน เว้นแต่จะเข้ำเหตุที่กฎหมำยก�ำหนดให้ปฏิเสธได้ ตำมมำตรำ ๓๙ ซึ่งก�ำหนดว่ำ
“ผู้จัดกำรอำจปฏิเสธไม่รับบุคคลที่ประสงค์จะเข้ำพักในโรงแรมได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำบุคคลนั้นจะเข้ำไปหลบซ่อน มั่วสุม หรือกระท�ำกำรใด อันเป็นควำมผิด
อำญำขึ้นในโรงแรม หรือก่อให้เกิดควำมร�ำคำญแก่ผู้พักอื่นในโรงแรม
(๒) มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ำบุคคลนั้นไม่สำมำรถจ่ำยค่ำห้องพักได้
(๓) มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ำบุคคลนั้นเป็นโรคติดต่ออันตรำยหรือโรคติดต่อตำมกฎหมำยว่ำด้วย
โรคติดต่อ
545
(๔) มีเหตุอันสมควรประกำรอื่นตำมที่คณะกรรมกำรประกำศก�ำหนด
ในกรณีตำม (๓) ถ้ำผู้จัดกำรรับบุคคลนั้นเข้ำพักจะต้องแจ้งให้เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุขหรือพนักงำน
เจ้ำหน้ำที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยโรคติดต่อทรำบด้วย”
จำกหลักกฎหมำยดังกล่ำว ผู้วิจัยมีข้อพิจำรณำ ๓ ประกำร ดังนี้
546
ประการแรก กำรใช้สิทธิปฏิเสธตำมมำตรำ ๓๙ นี้เป็นขั้นตอนก่อนโรงแรมตกลงสนองรับค�ำเสนอ
กล่ำวคือ เมื่อแขกที่ประสงค์เข้ำพักเสนอขอเข้ำพักหรือท�ำค�ำเสนอโดยกำรจองห้องพัก ในขั้นนี้โรงแรมอำจปฏิเสธโดย
อำศัยเหตุดังกล่ำวได้ ซึ่งไม่เป็นควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติโรงแรม ส�ำหรับในทำงแพ่งนั้นก็ยังไม่เกิดควำมรับผิดทำง
544 คณำธิป ทองรวีวงศ์, กฎหมำยเกี่ยวกับกำรท่องเที่ยว (กรุงเทพมหำนคร: นิติธรรม, ๒๕๕๘), หน้ำ ๓๓๓-๓๓๕
545 เหตุสมควรอื่นตำม (๔) ในปัจจุบันยังมิได้มีกำรประกำศ
546 คณำธิป ทองรวีวงศ์, เรื่องเดิม, หน้ำ ๓๓๔-๓๓๕
473

