Page 473 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 473

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                          ในกรณีของสินค้ำและบริกำรโดยทั่วไปนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.
          ๒๕๔๒ ก�ำหนดให้มีคณะกรรมกำรกลำงว่ำด้วยรำคำสินค้ำและบริกำร (กกร.) ซึ่งมีอ�ำนำจก�ำหนดให้สินค้ำหรือบริกำรใด
          เป็น “สินค้ำหรือบริกำรควบคุม” ทั้งนี้ เมื่อได้มีกำรประกำศก�ำหนดสินค้ำหรือบริกำรควบคุมแล้ว กฎหมำยให้ กกร. มี

          อ�ำนำจเกี่ยวกับสินค้ำและบริกำรดังกล่ำวหลำยประกำร เช่น ก�ำหนดรำคำซื้อหรือรำคำจ�ำหน่ำยสินค้ำหรือบริกำรควบคุม
          สั่งให้จ�ำหน่ำยสินค้ำหรือบริกำรควบคุมตำมปริมำณและรำคำที่ก�ำหนด ก�ำหนดมำตรกำรเพื่อป้องกันกำรกักตุนสินค้ำ
                       543
          ควบคุม เป็นต้น  จะเห็นได้ว่ำ หำกสินค้ำหรือบริกำรนั้นถูกประกำศให้เป็นสินค้ำหรือบริกำรควบคุมตำมกฎหมำยนี้
          จะส่งผลให้คณะกรรมกำรมีอ�ำนำจสั่งให้ผู้ขำยหรือผู้ให้บริกำร ห้ำมมิให้ปฏิเสธกำรจ�ำหน่ำยสินค้ำหรือบริกำรได้ อย่ำงไร
          ก็ตำม อ�ำนำจสั่งกำรเกี่ยวกับพฤติกรรมด้ำนกำรตลำดของคณะกรรมกำรตำมกฎหมำยนี้ อยู่บนพื้นฐำนแนวคิดด้ำนกำร

          ควบคุมรำคำสินค้ำ ป้องกันกำรผูกขำดเพี่อคุ้มครองผู้บริโภค มิได้อยู่บนพื้นฐำนแนวคิดกำรคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติจำก
          กำรปฏิเสธสินค้ำหรือบริกำรด้วยเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชำติ เพศ ศำสนำ ฯลฯ แต่อย่ำงใด
                          ส�ำหรับบริกำรเฉพำะบำงภำคส่วน เช่น บริกำรขนส่งนั้น พบว่ำมีกฎหมำยเฉพำะบำงฉบับวำงหลัก

          ห้ำมปฏิเสธบริกำร เช่น พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ก�ำหนดหลักกำรเกี่ยวกับกำรห้ำมปฏิเสธให้บริกำร
          กรณีรถแท็กซี่ไว้ในมำตรำ ๙๓ ดังนี้



                          “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้นแต่การบรรทุกนั้นน่าจะ
          ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร

                          ในกรณีที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่มีความประสงค์จะไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ให้แสดงป้ายงดรับจ้าง

          บรรทุกคนโดยสาร

                          วิธีการแสดงป้ายและลักษณะของป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้เป็นไปตามกฎหมายว่า

          ด้วยรถยนต์”


                          ผู้วิจัยมีข้อสังเกตว่ำ กฎหมำยดังกล่ำวมีหลักกำรห้ำมปฏิเสธกำรให้บริกำร และสำมำรถน�ำมำปรับใช้

          กับกรณีกำรเลือกปฏิบัติได้ โดยเฉพำะในกรณีที่กำรปฏิเสธผู้โดยสำรเกิดขึ้นเพรำะเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชำติ
          สัญชำติ ดังเช่นกรณีข้อเท็จจริงจำกกำรสัมภำษณ์ที่ผู้โดยสำรอ้ำงว่ำถูกปฏิเสธบริกำรเพรำะผู้ขับขี่ประสงค์จะให้บริกำรกับ

          ชำวต่ำงชำติ อย่ำงไรก็ตำม กำรปฏิเสธผู้โดยสำรที่อำจเป็นควำมผิดตำมกฎหมำยนี้ มิได้มีควำมสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับ
          เหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติตำมกฎหมำยสิทธิมนุษยชน กล่ำวคือ กำรปฏิเสธด้วยเหตุอื่น ๆ ก็อยู่ภำยใต้ขอบเขตของกฎหมำย
          นี้ เนื่องจำกกฎหมำยนี้มิได้มีวัตถุประสงค์หลักในกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งกำร

          เลือกปฏิบัติต่ำง ๆ แต่มุ่งคุ้มครองผู้โดยสำรทั่วไปไม่ว่ำจะเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งกำรเลือกปฏิบัติหรือไม่
                          ส�ำหรับบริกำรเฉพำะบำงภำคส่วนอีกกรณีหนึ่งซึ่งมีกฎหมำยเฉพำะวำงหลักเกี่ยวกับกำรห้ำมปฏิเสธ
          บริกำรแก่ลูกค้ำ คือ กรณีบริกำรที่พัก (Accomodation) ในอุตสำหกรรมท่องเที่ยว โดยกฎหมำยเฉพำะที่เกี่ยวข้อง คือ

          พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นกฎหมำยที่ควบคุมกำรประกอบธุรกิจโรงแรม โดยวำงหลักก�ำหนดนิยำม






                 543     พระรำชบัญญัติว่ำด้วยรำคำสินค้ำและบริกำร พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๒๕





                                                        472
   468   469   470   471   472   473   474   475   476   477   478